Monday, January 12, 2026

ศัลยกรรมนมทอม ตัดนมออก ลดขนาดหน้าอกสำหรับสาวหล่อ

 การศัลยกรรมนมสำหรับทอมในปัจจุบัน ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย โดยเฉพาะในกลุ่มของ Transgender ที่ต้องการตัดหน้าอก เปลี่ยนหน้าอกจากหญิงให้เป็นชาย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับการศัลยกรรมนมสำหรับทอม ว่ามีขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนและหลังศัลยกรรมนม และขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ไปอ่านกันเลย 

ศัลยกรรมนมสำหรับทอม คือ

ศัลยกรรมนมสำหรับทอม หรือ Top Surgery คือ การปรับลดขนาดของเต้านมให้เล็กลง หรือเป็นการเอาเนื้อเต้านมออก จนมีลักษณะแบนราบเหมือนกับหน้าอกของผู้ชาย หรือเป็นการสร้างหน้าอกใหม่ให้ดูคล้ายกับหน้าอกผู้ชายมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เพื่อให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติ และเหมือนหน้าอกของผู้ชายมากที่สุด ทั้งขนาดเต้านม ปานนม ลานนม และหัวนม อีกทั้งการศัลยกรรมนมสำหรับทอมในปัจจุบันได้รับนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของ Transexual ที่ต้องการเปลี่ยนจากเพศหญิงเป็นเพศชาย และนอกจากนี้สำหรับคนที่มีปัญหาเต้านมห้อย นมหย่อนยาน ที่อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ผ่านการมีบุตรมาแล้ว อายุที่มากขึ้น หรือคนที่มีหน้าอกใหญ่มากๆที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ อาทิเช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ จากการแบกรับน้ำหนัก ก็สามารถทำศัลยกรรมนม เพื่อลดขนาดหน้าอด หรือตัดนม แก้ลดไซส์นม พร้อมกับการปรับปานนม หัวนม ให้มีความสมดุล และมีความสวยงามได้เช่นกัน

ผู้ที่เหมาะสำหรับการศัลยกรรมนมสำหรับทอม

สำหรับผู้ที่จะทำศัลยกรรมนมสำหรับทอมควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

  •  ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถ้าอายุไม่ถึง 20 ปี ต้องได้รับการอนุญาติจาก บิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมายให้ผ่าตัดได้ก่อน
  • ได้รับและผ่านการตรวจสุขภาพร่างกาย ว่ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
  •  ต้องได้รับและผ่านการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์ว่า  มีภาวะจิตใจไม่ตรงกับเพศสภาพ และต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ
  • ต้องเคยแต่งตัวและใช้ชีวิตแบบเพศชาย มาไม่น้อยกว่า 1 ปี

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมนมสำหรับทอม

  • ควรมีการเข้าพบจิตแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ควรตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีผลต่อการดมยาสลบ
  • ควรรับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ก่อนผ่าตัด และรับการตรวจเช็คขนาดขหน้าอก ความหย่อนคล้อยและความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงการตรวจเช็คขนาดหัวนมและปานนม เพื่อเลือกเทคนิคผ่าตัดที่เหมาะสม
  • ควรหยุดยาจำพวก แอสไพริน และยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร ที่อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติ โดยควรหยุดยา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  • ควรหยุดสูบบุหรี่ เป็นเวลาอย่างน้อย  2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิด หัวนม ปานนม เนื้อหลุดตายจากการที่เลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี
  • ควรถ่ายมีการรูปก่อนผ่าตัด เพื่อวัดผลลัพท์หลังการผ่าตัด
  • ควรปรึกษากับศัลยแพทย์ ถึงผลลัพธ์และความเสี่ยงในการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมนมสำหรับทอม

  1. ในขั้นตอนแรกศัลยแพทย์จะให้คนไข้ดมยาสลบ
  2. หลังจากที่คนไข้สลบ ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลในตำแหน่งที่กำหนด เพื่อเอาเนื้อนมออก ทำให้หน้าอกแบนราบ
  3. แพทย์จะทำการตัดหนังส่วนเกินออก และปรับหน้าอกให้แบนราบเหมือนกับหน้าอกของผู้ชาย
  4. แพทย์จะทำการปรับตำแหน่งหัวนม เพื่อลดขนาดหัวนม และปานนม ให้ได้ขนาด และตำแหน่งเหมือนกับหน้าอกตามธรรมชาติของผู้ชาย

การดูแลและการพักฟื้นหลังการผ่าตัดศัลยกรรมนมสำหรับทอม

  1. หลังการผ่าตัดเสร็จ คนไข้จะต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ประมาณ 2-5วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของการผ่าตัดที่เลือก และจะได้รับการทำแผลโดยพยาบาล
  2. ต้องทำแผลให้สะอาด และทายาฆ่าเชื้อ ทุกวัน เพื่อให้แผลสมานได้เร็ว และลดโอกาสการติดเชื้อ
  3. ต้องรับประทานยาแก้ปวด ยาลดบวม ยาแก้อักเสบ ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  4. ควรไปพบแพทย์ตามนัด เมื่อครบ 7วันหลังการผ่าตัด และไปตัดไหมเมื่อครบ 14 วันหลังผ่าตัด รวมถึงควรพบแพทย์ติดตามผลการผ่าตัด และควรไปตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  5. ให้สวมใส่เสื้อรัดหน้าอก ประมาณ 3-6 เดือน เพี่อช่วยลดอาการบวม  และกดให้ปรับรูปทรงทรวงอกให้เข้าที่เร็วขึ้น
  6. คนไข้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด  
  7. คนไข้จะสามารถออกกำลังกายได้ หลังจากผ่าตัด 1 เดือน 
  8. แผลผ่าตัดจะสมาน และหายเป็นปกติ หลังการผ่าตัด อย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการศัลยกรรมนมสำหรับทอม มีดังนี้

  • อาการบวม หลังผ่าตัด -อาการปวด หลังผ่าตัดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ สามารถบรรเทาอาการด้วยการให้ยาแก้ปวด
  • อาการชา  หรือ หัวนมอาจจะหมดความรู้สึก 
  • เกิดการสูญเสียขนาดหัวนม และปานนม 
  • แผลผ่าตัดอาจจะหายช้า
  • เกิดความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
  • ภาวะมีเลือดออกหลังการผ่าตัด  เนื่องจากเนื้อนมมีต่อมน้ำนม ที่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงปริมาณมากเพื่อใช้ในการผลิตน้ำนม  และการที่ตัดเอาเนื้อนมออกก็อาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาดมาก  จึงทำให้มีเลือดออกเยอะกว่า การผ่าตัดที่ตำแหน่งอื่น และมีโอกาสที่เลือดออกหลังผ่าตัดสูง จึงควรใส่สายเดรนเอาไว้ ประมาณ  2-3 วันเพื่อลดการคั่งของเลือด
  • เกิดการคั่งของเลือด และการติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้ แต่โอกาสน้อยมาก
  • เนื้อตายบางส่วน เกิดขึ้นเพราะเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ  เช่น หัวนม หรือเนื้อนมส่วนอื่น
  • แผลเป็นอาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้   สามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัดแต่งใหม่

นี่ก็คือบทความรู้ทำความรู้จัก..ศัลยกรรมนมสำหรับทอม  ที่เรานำมาฝากกัน หากใครกำลังมองหาคลินิกศัลยกรรมนมสำหรับทอม แนะนำที่ Q clinic ที่นี่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการศัลยกรรมนมสำหรับทอมและสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างตรงไปตรงมาสนใจสามารถสอบถามปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://qprimeclinic.com/

เรื่องน่ารู้ของฮอร์โมนเพศชาย

 ฮอร์โมนเพศชาย คืออะไร?

     ฮอร์โมนเพศชาย หรือ “เทสโทสเตอโรน (Testosterone)” เป็นฮอร์โมนที่ผลิตโดยอัณฑะ (Testis) ซึ่งเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชาย มี 2 ข้างอยู่ในถุงอัณฑะ (Scrotum) ฮอร์โมนนี้ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ และยังส่งผลต่อการทำงานส่วนอื่นของร่างกาย โดยช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดระดับไขมันสะสมในร่างกาย และป้องกันโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

ฮอร์โมนเพศชาย ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

     หน้าที่สำคัญของฮอร์โมนเพศชาย คือการกระตุ้นให้เด็กชายก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม โดยจะทำให้อวัยวะสืบพันธุ์เพศชายทั้งภายนอกและภายในเจริญเติบโตเต็มที่ องคชาติขยายใหญ่และยาวขึ้น มีขนขึ้นที่อวัยวะเพศ รักแร้ หน้าแข้ง แขน ขา มีลูกกระเดือก ไหล่กว้าง สะโพกแคบ กล้ามเนื้อเจริญเติบโตขึ้น ผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจหลายด้าน เช่น

  • มีความรู้สึกรักใคร่และความต้องการทางเพศ
  • มีเหงื่อออกมากขึ้น และอาจทำให้มีกลิ่นตัว
  • เสียงแหบ หรือเสียงทุ้มขึ้น
  • กระดูกใหญ่ขึ้น ไหล่และหน้าอกกว้างขึ้น
  • ผิวหนังสร้างไขมันมากขึ้น ทำให้มีรูขุมขนใหญ่ขึ้น และบางคนอาจเป็นสิวที่ใบหน้า
  • มีขนที่ใต้วงแขน และหัวเหน่า

ระดับของฮอร์โมนเพศชายปกติ คือเท่าไร?

     ระดับปกติของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ควรอยู่ระหว่าง 350-1000 ng/dl (นาโนกรัมต่อเดซิลิตร) แต่หลังจากที่ผู้ชายมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงประมาณ 1-2% ต่อปี ทำให้มีโอกาสแสดงอาการจากการขาดฮอร์โมนได้มากขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น

     ในผู้ที่ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลงผิดปกติก็อาจทำให้เกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone deficiency) ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจหลายอย่าง เช่น หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า อ้วนลงพุง ความรู้สึกทางเพศลดลง การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

จะรู้ได้อย่างไรว่า ฮอร์โมนเพศชายอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ?

     ผู้ชายส่วนมากมักไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังมีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย เนื่องจากเป็นภาวะที่แสดงออกได้ในหลายระบบของร่างกาย

     ดังนั้นหากรู้สึกว่าตนเองมีอาการของการขาดฮอร์โมนเพศชาย เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย นอนไม่ค่อยหลับ ไม่กระฉับกระเฉง อารมณ์ทางเพศและสมรรถภาพทางเพศลดลง หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีความเครียดมาก ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย อ้วนลงพุง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่ หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง ก็ควรเข้ารับการตรวจระดับฮอร์โมน

วิธีการตรวจระดับฮอร์โมนเพศชายทำอย่างไร?

     แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการณ์ หลังจากนั้นจะนำผลตรวจมาวิเคราะห์ และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

     การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย รวมถึงการตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องจะตรวจด้วยวิธีการเจาะเลือด (Blood test) แล้วส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์

     โดยแพทย์จะซักประวัติผู้เข้ารับการตรวจ ตรวจร่างกาย และนำผลการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือดที่ได้ มาประเมินเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษา รวมทั้งแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้ป่วย

     สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย แนะนำให้เจาะเลือดในช่วงเช้า 7.00 - 11.00 น. และอาจต้องงดอาหารมาอย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการเจาะตรวจเพิ่มเติม และถ้าหากมีโรคประจำตัว หรือใช้ยารักษาโรคประจำตัวอยู่เป็นประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ทราบก่อนเข้ารับการตรวจด้วย

ข้อดีของการตรวจฮอร์โมนเพศชาย

     การตรวจฮอร์โมนจะช่วยให้ทราบระดับของฮอร์โมนเพศชายและผลเลือดที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุและวางแผนในการรักษา ในผู้ป่วยที่มีอาการจากการขาดฮอร์โมนเพศชาย หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการขากฮอร์โมน การเสริมฮอร์โมนเพศชายจะช่วยทำให้อาการต่างดีขึ้น และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นอีกด้วย

ใครที่สมควรรับการตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย?

     ผู้ที่มีอาการของการขาดฮอร์โมนเพศชาย เช่น

  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
  • นอนไม่ค่อยหลับ หรือการนอนหลับผิดปกติ
  • ระดับพลังงานลดลง อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง
  • อารมณ์ทางเพศและสมรรถภาพทางเพศลดลง
  • การแข็งตัวของอวัยวะเพศในช่วงเช้าลดลง
  • ปริมาณน้ำอสุจิน้อยลง
  • สมรรถภาพทางกายลดลง กล้ามเนื้อลีบลง

     ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดของฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่

  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีภาวะอ้วนลงพุง
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด
  • ผู้ที่มีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่เคยได้รับเคมีบำบัด หรือฉายแสงบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดบริเวณขาหนีบ อัณฑะหรือในอุ้งเชิงกราน

เราจะดูแลตนเองให้มีระดับฮอร์โมนเพศชายปกติได้อย่างไร?

     เรายังสามารถดูแลตนเองได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนลักษณะการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม เช่น

  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รักษารูปร่างให้ไม่มีภาวะอ้วนลงพุง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานของทอด ของมัน ของหวาน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด
  • งดสูบบุหรี่

หากพบว่ามีฮอร์โมนเพศชายต่ำ รักษาอย่างไร?

     การรักษาภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม

     นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาให้ยาหรือฮอร์โมนเพศชายทดแทน ซึ่งสามารถทำให้เพิ่มระดับฮอร์โมนที่ขาดได้ ทำให้ลดอาการจากการขาดฮอร์โมนเพศชายและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง


https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/testosterone%C2%A0

Friday, September 12, 2025

FTM Testosterone Voice

 FTM Testosterone Voice

ฮอร์โมนเพศชายเสริม

#ftm
#transman
#testosterone
#ทอมบอย #tomdy #ผู้ชายข้ามเพศ



Thursday, December 26, 2024

ทำความรู้จักกับ LGBTQ

 หากพูดถึง LGBTQI  ก็จะนึกถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่รู้หรือไม่ว่าอักษรเหล่านี้มีความหมายที่ลึกซึ้งในอัตลักษณ์ทางเพศศ (Gender Identity) เราจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาทำความเข้าใจกับตัวอักษรเหล่านี้

LGBTQI.jpg

 

Lesbian (L) หรือเลสเบี้ยนคืออะไร

เลสเบี้ยนหมายถึงผู้หญิงที่มีความรักต่อผู้หญิงด้วยกัน

เป็นการอธิบายความต้องการทางเพศและความต้องการฉันคู่รัก (romantic desire) ระหว่างผู้หญิงด้วยกันคำว่า "เลสเบี้ยน" อาจใช้เป็นคำนาม หมายถึง ผู้หญิงที่นิยามหรือถูกผู้อื่นมองว่ามีลักษณะรักเพศเดียวกัน หรือเป็นคำคุณศัพท์ ใช้อธิบายลักษณะเฉพาะของวัตถุหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนาในการรักเพศเดียวกันของผู้หญิง

Gay (G) หรือเกย์คืออะไร

เกย์หมายถึงผู้ชายที่มีความรักต่อผู้ชายด้วยกัน 

ผู้ชายที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นผู้ชายโดยจะมีความรักและความปรารถนาในระหว่างเพศเดียวกันการมีความสัมพันธ์ในแบบคู่รักหรือการมีเพศสัมพันธ์ (Sex) อาจจะไม่กำหนดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นฝ่ายรับหรือรุกเท่านั้นแต่อาจจะเป็นได้ทั้งสอง

 

Bisexual (B) หรือไบเซ็กชวลคืออะไร

ไบเซ็กชวลหมายถึงบุคคลที่สามารถมีความรักได้ทั้งเพศชายและเพศหญิงหรือเรียกสั้นๆว่า ไบ (Bi) 

เป็นรสนิยมทางเพศ (Sexual Orientation) หรือความสนใจทางเพศที่มีต่อบุคคลอื่น คนที่มีรสนิยมแบบไบเซ็กชวลอาจมีประสบการณ์ทางเพศ อารมณ์ ความรัก กับคนที่มีลักษณะทางเพศ (Sexual Characteristics) ที่เป็นเพศเดียวกับตัวเองหรือเพศตรงข้ามและยังหมายถึงความรู้สึกส่วนตัวและ        อัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity) โดยยึดจากความสนใจทางเพศ (Sexual orientation)                การแสดงออกทางพฤติกรรม (Gender expression)

 

Transgender (T) หรือทรานส์เจนเดอร์คืออะไร

ทรานส์เจนเดอร์หมายถึงผู้ที่ได้รับการแปลงเพศตามที่ต้องการ ทรานส์เจนเดอร์คือบุคคลที่รู้สึกพึงพอใจกับอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity) ที่ตรงข้ามกับเพศกำเนิดของตน ซึ่งมักจะหมายถึงผู้ที่ได้รับการแปลงเพศที่ตัวเองต้องการแล้ว ซึ่งเเบ่งออกเป็น Male to female Transgender (MtF) และ Female to Male Transgender (FtM)

  • Male to female Transgender (MtF) คือ ผู้หญิงที่ได้รับการแปลงเพศมาจากเพศชายเรียบร้อยแล้วหรือเรียกว่า ผู้หญิงข้ามเพศ (transwoman)
  • Female to Male Transgender (FtM) คือ ผู้ชายที่ได้รับการแปลงเพศมาจากเพศหญิงเรียบร้อยแล้วหรือเรียกว่า ผู้ชายข้ามเพศ (transman)

 

Queer (Q) หรือเควียร์คืออะไร

เควียร์หมายถึง บุคคลที่มีความรักโดยไร้กฎเกณฑ์ (ทางเพศ)

เป็นคำเรียกกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ใดๆ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นเพศไหน จะรักใคร จะชอบเพศไหน ไม่จำกัดว่าจะต้องรักชอบกับเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น คนที่ไม่จำกัดว่าเป็นเพศใดและต้องรักเพศใด ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity) ที่อยู่เหนือคำจำกัดความทางเพศโดยสิ้นเชิง

 

Intersex (I) หรืออินเตอร์เซ็กส์คืออะไร

อินเตอร์เซ็กส์หมายถึงบุคคที่เกิดมามีลักษณะทางกายภาพโดยมีอวัยวะสืบพันธ์ุของทั้งสองเพศ

อินเตอร์เซ็กส์คือคนที่ไม่สามารถระบุเพศของตัวเองได้อย่างชัดเจน มีทั้งคนที่เกิดมามีอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งสองเพศ ปริมาณฮอร์โมนหรือโครโมโซมเพศที่ผิดปกติ หรือแม้กระทั่งลักษณะด้านอื่นๆ ที่ค่อยๆ ปรากฎเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ การเป็นอินเตอร์เซ็กส์์มักจะหมายถึงลักษณะทางเพศที่แสดงออก ไม่ได้หมายถึงเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศ ซึ่งชาวอินเตอร์เซ็กส์ก็สามารถมีอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายได้เหมือนบุคคลทั่วไป

251980.jpg

แอมเนสตี้ ชวนมองความน่าสนใจในประเด็นความก้าวหน้าของกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในช่วงปี 2020

#รักเพศเดียวกันรักษาหายได้หรือไม่? 

เพศวิถีไม่ใช่โรค การที่คนรักเพศเดียวกันถูกนำมาเปรียบเทียบกับคนรักต่างเพศและคิดว่าพวกเขาสามารถรักษาได้เหมือนเป็นโรคทั่วไปเพียงแค่บำบัดรักษาหรือรับฮอร์โมนทางเพศเพิ่มเติมโดยกระตุ้นด้วยการฉีดยาหรือวิธีการใดก็ตามที่เป็นการบังคับ ถือเป็นการละเมิดสิทธิการแสดงออกในอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity)  

การแสดงออกในอัตลักษณ์ทางเพศถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งสมัยก่อนผู้คนในสังคมไทยมองว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศคือคนที่เป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่งและสามารถรักษาหายได้ ความเชื่อนี้ได้ก่อให้เกิดสังคมแห่งการเหยียดเพศและมองกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นบุคคลวิกลจริต

ในอดีตมีบุคคลหนึ่งที่ถือว่ามีความสำคัญของโลกแต่ต้องมาจบชีวิตลงเพียงเพราะเขาเป็นกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน บุคคลสำคัญคนดังกล่าวคือ อลัน  ทิวริง นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านคณิตศาสตร์ที่ King’s college แห่งเคมบริดจ์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่ช่วยยุติสงครามโลกครั้งที่สองจากการถอดรหัส “อีนิก” เรื่องราวของเขาได้รับการถ่ายถอดเป็นภาพยนต์เรื่อง “The Imitation game”  

การที่เขาเป็นส่วนหนึ่งในการยุติสงครามโลกครั้งที่สองถือได้ว่าเป็นการสร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้กับโลกของเรา แต่ความไม่เท่าเทียมของโลกใบนี้ก็ยังมองคนที่เพศสภาพ อลัน ทิวริง เป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกลงโทษในอังกฤษ โดยในปี  1952 เขาได้ถูกตีตราว่าเป็นอาชญกรรม เพียงเพราะเขามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศและมีพฤติกรรมอนาจารกับผู้ชาย เขาถูกลงโทษโดยการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงโดยการถูกบังคับให้ฉีดยาทำให้เป็นหมันและต้องเข้ารับเคมีบำบัดและฮอร์โมนเพื่อรักษาอาการรักเพศเดียวกันของเขาที่สังคมในยุคนั้นมองว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งที่รักษาหายได้ สุดท้ายอลัน ทิวริง ก็ได้ปลิดชีวิตตัวเองลงเพราะน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตัวเอง

 หลังจากนั้นในปี 1967 อังกฤษได้ยกเลิกการเอาผิดทางกฎหมายสำหรับการมีเพศสัมพันธุ์กับคนเพศเดียวกัน และอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ในปี 2014 แต่ก็ยังคงมีการบังคับให้ทำการบำบัดแก้เพศวิถี จึงนำไปสู่การเรียกร้องให้ยกเลิกการบำบัดแก้เพศวิถีในเดือนกรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การบำบัดแก้เพศวิถี "น่ารังเกียจอย่างยิ่ง" และ "ไม่ควรมีอยู่ในประเทศนี้" และรับปากจะเดินหน้าผลักดันเพื่อให้เกิดการห้ามการบำบัดแก้เพศวิถีขึ้น และด้วยคำพูดนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าโลกใบนี้เริ่มขับเคลื่นและมองเห็นว่าสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการปกครอง

#ห้ามการบำบัดแก้เพศวิถี

สิ่งที่เรียกว่า "การบำบัดแก้เพศวิถี" เป็นการพยายามเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศด้วยวิธีการทางจิตวิทยา ความเชื่อ และบางครั้งก็ใช้วิธีทางกายภาพ การบำบัดนี้ถูกมองว่า ขัดต่อจริยธรรมและอาจเป็นอันตรายต่อผู้เข้ารับการบำบัด ซึ่งในการบำบัดแก้เพศวิธีถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2020 ชายรักชายชาวอังกฤษวัย 74 ปีได้ออกมาเรียกร้องคำขอโทษจากการที่แพทย์แนะนำให้เขาเข้ารับการบำบัดที่คลินิกจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมเมื่อ 50 ปีก่อน ขณะนั้นเขาถูกช็อตไฟฟ้าหลายครั้งต่อสัปดาห์ติดต่อกันนานหลายเดือน จนทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ และเป็นโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (post-traumatic stress disorder--PTSD) นานกว่า 40 ปี

เขาเล่าถึงรายละเอียดของวิธีการบำบัดว่า "ผมนั่งอยู่ในห้อง มีจอโปรเจ็กเตอร์และรูปภาพให้ดู มีการติดขั้วไฟฟ้าที่ข้อมือและข้อเท้าของผม เมื่อภาพของผู้ชายฉายขึ้นแล้วเขาไม่เปลี่ยนไปยังภาพถัดไปในเวลาที่เร็วพอ เขาก็จะถูกช็อตด้วยไฟฟ้าอย่างรุนแรง แต่ถ้าเป็นภาพผู้หญิงฉายขึ้นมา ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของประเทศในแถบยุโรปที่เล็งเห็นถึงความเท่าเทียมของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ คือประเทศมอลตา ซึ่งเป็นประเทศเเรกในทวีปยุโรปที่มีกฎหมายห้ามการบำบัดแก้เพศวิถี ต่อมาในปี 2020 หลายประเทศได้มีการออกกฎหมายห้ามเรื่องการบำบัดแก้เพศวิถี เช่น ในเดือน พฤษภาคม 2020 ในรัฐสภาเยอรมนีได้ผ่านกฎหมายห้ามสิ่งที่เรียกว่า "การบำบัดแก้เพศวิถี" กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีทั่วประเทศ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับ 30,000 ยูโร (ประมาณ 1,090,000 บาท) โดยการวิจัยได้ระบุว่า การบำบัดดังกล่าวอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าและเพิ่มความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้ 

สำเนาของ Mailchimp - general design .jpg

#การแต่งงานเพศเดียวกัน

กว่า 30 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาติให้มีการสมรสกับเพศเดียวกันได้ อาจจะเป็นตัวเลขที่ดูน้อยแต่ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ในความก้าวหน้าบนโลกที่เรามองถึงสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต

ในความฝันอันสูงสุดของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ คือต้องการความคุ้มครองเหมือนบุคคลทั่วไปและมีตัวตนในสังคมที่ตนอยู่ เริ่มต้นปี 2020 กับประเทศไอร์แลนด์เหนือที่อนุญาตให้การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันถูกต้องตามกฎหมาย และคู่รักหญิงรักหญิงก็กลายเป็นคู่รักเพศเดียวกันคู่แรกที่เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2020  ตามมาติด ๆ กับประเทศคอสตารีกา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ออกกฎหมายให้เพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ โดยประธานาธิบดีการ์ลอส อัลบาราโด ของคอสตาริกา ได้ลงนามเห็นชอบกฎหมายรับรองสิทธิกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเพิ่มเติม และสิ่งที่น่าสนใจคือคู่รักกลุ่มนี้มีสิทธิได้รับเบี้ยค่าเช่าบ้าน ในกรณีที่เป็นผู้มีรายได้น้อยเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเท่าเทียมได้ชัดเจนสำหรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในคอสตาริกา

ล่าสุดประเทศที่ 30 คือประเทศไทยซึ่งในปี 2020 คณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม) ของประเทศไทยได้เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. ...  ที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ โดยมีหลักการเพื่อให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตามเมื่อ พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิตที่มีมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศโดยตรง คุณธัญวัจน์  กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า     “#สมรสเท่าเทียม คือความเสมอภาค พ.ร.บ. คู่ชีวิตไม่เท่าสมรสเท่าเทียม”  โดยอธิบายว่า เนื่องจากคำว่า “คู่ชีวิต” ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นๆ แต่คำว่า “คู่สมรส” มีในกฎหมายอยู่แล้ว จึงต้องแก้ไขเพื่อให้ได้รับสิทธิเพิ่มเติม ดังนั้นจึงมีมุมมองว่าควรมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้คนเพศเดียวกันและต่างเพศสามารถหมั้นหมายและแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  รวมถึงมีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสในทางกฎหมายด้วย จึงจำเป็นต้องแก้ไขถ้อยคำในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติหรือกฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของบุคคล จากเดิมที่ระบุว่า “สามีและภรรยา” ให้เป็น “คู่สมรส” แทน

 

#LGBTQI กับสังคมการทำงาน

หากเกิดมามีชีวิต ก็มีสิทธิที่จะได้รับการการคุ้มครองในฐานะพลเมืองของประเทศนั้นๆ และย่อมต้องได้รับการปฏิบัติิที่เท่าเทียมในทุกบริบท สังคมการทำงานเป็นสังคมหนึ่งในประเทศไทยที่มักจะตรีตรากลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศว่าไม่เหมาะสมกับการทำอาชีพที่ทุกคนในประเทศไทยอยากเป็น นั่นก็คือ “ข้าราชการ” 

ในอดีต มุมมองของหน่วยงานภาครัฐยังคงมีเพียงแค่เพศหญิงและเพศชายเท่านั้น นอกจากนี้กฎหมายในการคุ้มครองปกป้องกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศจากความชิงชังหรือการถูกเลือกปฏิบัติยังไม่แข็งแรงพอที่จะทำให้พวกเขาสามารถลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองได้ แม้ว่าในยุคนั้นเริ่มมีองค์กรภาคประชาสังคม (COSs) ที่เริ่มผลักดันให้พวกเขาได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้นก็ตาม

ประเทศไทยถือว่ามีความโดเด่นและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเอเชียเกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายทางเพศแต่ในการรองรับทางกฎหมายและการปกป้องสิทธิยังคงห่างไกล การที่กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศห่างไกลจากเสรีภาพ นำไปสู่การที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนอยากทำได้ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์จากสังคมการทำงาน ปัจจุบันเราเห็นเรื่องราวการสู้ชีวิตของกลุ่มผู้ที่มีความหลายหลายทางเพศเพื่อให้ตัวเองสามารถมีตัวตนในอาชีพที่รัก บางคนก็ประสบความสำเร็จแต่บางคนกลับถูกลิดรอนสิทธิเพียงเพราะอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity) ไม่ตรงกับเพศกำเนิด

ในปี 2020 ที่ผ่านมามีข่าวดีสำหรับการเปิดกว้างมากขึ้นต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในการทำอาชีพที่ตนรักและเป็นกระบอกเสียงบางอย่างเพื่อให้สังคมรู้ว่าเพศไม่ได้กำหนดหน้าที่การงานแต่ความสามารถต่างหากที่จะกำหนดความสำเร็จในการทำงานนั้นได้

อาชีพครู ที่ตอนเด็กหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ฝันที่อยากจะเป็นแม่พิมพ์ที่ดีให้สังคมไทย ในปี 2020 ที่ผ่านมามีความน่ายินดีเป็นอย่างมากที่สังคมไทยเปิดกว้างและยอมรับให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศได้มีเสรีภาพในการกำหนดการแต่งกายของตนเพื่อเข้ารับราชการครู และนี่ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าในเสรีภาพของการกำหนดการมีตัวตนในสังคมการทำงานของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

 255270.jpg

แอมเนสตี้มีส่วนร่วมสนับสนุนสิทธิ LGBTQIอย่างไร? 

แอมเนสตี้มุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับการแบ่งแยกกลุ่มคน LGBTQI ทั่วโลก แอมเนสตี้ให้คำแนะนำต่อรัฐบาลและผู้นำทรงอิทธิพลเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายและปกป้องสิทธิของทุกคนโดยไม่คำนึงถึงรสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา

หลังจากแคมเปญทั่วโลกของแอมเนสตี้ ศาลสูงสุดของไต้หวันตัดสินว่าการแบนการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในเดือนพฤษภาคม 2019 ไต้หวันกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ยอมรับการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน

ในพื้นที่อื่น ๆ งานของแอมเนสตี้สร้างอิทธิพลต่อกฎหมายใหม่ในกรีซ เดนมาร์ก และนอร์เวย์ ที่อนุญาตให้ประชาชนขอรับรองเพศสถานะที่แท้จริงทางกฎหมายจากรัฐบาล

ในขณะที่ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าการเคลื่อนไหวสิทธิ LGBTQI ก้าวหน้าอย่างชัดเจน แต่งานยังไม่จบเพียงเท่านี้ แอมเนสตี้ช่วยนักกิจกรรมทั่วโลกโดยการผลิตแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นมากมายที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคน LGBTQI เช่น เครื่องมือในการสนับสนุนที่จะช่วยต่อสู้กับการแบ่งแยกในแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮาราและเอกสารชุด Body Politics ที่มีเป้าหมายสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการกำหนดให้รสนิยมทางเพศและการสืบพันธุ์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

 

(อ้างอิงจากประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/politics/news-488090)

(อ้างอิงจาก BBC https://www.bbc.com/thai/international-55325742 )

(อ้างอิงจาก รายงานบริบทของประเทศไทย การศึกษาทบทวนและวิเคราะห์กฎหมายและสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับองค์กรภาคประชาสังคมและบุคคลที่เป็น LGBT โดยกระบวนการมีส่วนร่วม)

https://www.amnesty.or.th/latest/blog/860

Friday, July 5, 2024

แจ้ง เว็บล่มชั่วคราวค่ะ

แจ้ง เว็บ siambig.com ล่มชั่วคราวค่ะ กดสั่งตระกร้าไม่ได้ เพื่อนๆ สั่งทางไลน์ได้เลยนะคะ 👩👄

ฮอร์โมนเพศชายเสริมสำหรับผู้ชาย เกย์ ทอม ทรานส์แมน

https://www.smartboyshopping.com/


http://www.siambig.com/shop/index.php?shop=Smartzone4men

เว็บสำรองค่ะ
👉http://smartboyshopping.lnwshop.com/






เพื่อนๆ สั่งของทางไลน์แอดได้เลยนะคะ


กะพริบตาสั่งซื้อทางไลน์แอด @aki4995y


👍แทร็ครายชื่อจัดส่งกดดูที่หน้าเพจได้เลยค่ะ

รีวีวสินค้า























 

@ซื้อมั่นใจได้ของชัวร์

สินค้าทุกชนิดเป็นสินค้าที่สั่งจากตัวแทนดีเทลโดยตรง เป็นของแท้ และใหม่ 100% 
ร้านเราไม่มีนโยบายขายสินค้าด้อยคุณภาพ ของปลอม หรือใกล้หมดอายุมาจำหน่าย

มีสินค้าใหม่ Update ทุกเดือนจ้า

wanwan020

? คำถามที่ถามบ่อย

โอนเงินแล้วจะได้รับสินค้ารึ เปล่า ?
ลูกค้า ส่วนมากจะกังวลเรื่องการไม่ได้รับสินค้า แต่ร้านเราขายกันมานานแล้ว ปัจจุบันมีลูกค้าหลายร้อยคนค่ะ ไม่ต้องกลัวกับการไม่ได้รับสินค้านะคะ  เราต้องการให้ลูกค้ามีความสุขมากกว่าเงินแค่เล็กๆน้อยๆ แล้วก็ทำธุรกิจไม่ได้อีกต่อไป ลูกค้าจะได้รับของทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ   ^__^


ได้ช็อปได้ทำบุญ
รายได้จากท่านลูกค้าส่วนหนึ่งเรานำไปทำบุญเป็นค่าอาหารน้ำและยารักษาสัตว์จรจัดทุกวันและบริจาคตามมูลนิธิต่างๆ ทุกอาทิตย์  ขอให้ผลบุญนี้ส่งผลให้ลูกค้าทุกท่านร่ำรวยความสุขและเงินทองนะคะ เฮง เฮง เฮง อนุโมทนาสาธุค่ะ

 

คำเตือน

ขอสงวนสิทธิ์ไม่จำหน่ายสินค้าให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และ 

สตรีมีครรภ์ ควรรับประทานอาหารเสริมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่แวะมาอุดหนุนนะคะ

 

#ฮอร์โมนเพศชาย #เพิ่มหนวดเครา #เพิ่มกล้ามเนื้อ #sex #เสียงแตก #เพิ่มน้ำหนัก #เพิ่มความแมน #เพิ่มแรงในการออกกำลังกาย #เพิ่มความแข็งแรง #เวย์โปรตีน #ฮอร์โมนทอม #testoviron #testos #andriol #transman #ftm



Tuesday, April 16, 2024

เข้าใจให้ถูกก่อนเทคฮอร์โมน




 เพราะเรื่องเพศเต็มไปด้วยความต้องการที่หลากหลายและสามารถแสดงออกแบบไหนก็ได้ หากต้องการข้ามเพศในเบื้องต้น การเทคฮอร์โมนเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก การมีความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนเริ่มเทคฮอร์โมนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหากเทคฮอร์โมนไม่ถูกต้องผลเสียที่เกิดขึ้นกับร่างกายอาจยากเกินรับมือ

 

ฮอร์โมนเพศหญิงและฮอร์โมนเพศชายต่างกันอย่างไร

สำหรับผู้หญิงและผู้ชายในร่างกายจะมีทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและฮอร์โมนเพศชาย แต่ผู้หญิงฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจน ทำให้มีหน้าอก สะโพกผาย การกระจายตัวของไขมันเปลี่ยนไปแบบเพศหญิง ผิวพรรณนุ่ม ขนบางลง ส่วนผู้ชายฮอร์โมนเพศชายคือ เทสโทสเตอโรน ทำให้มีหนวดเครา ขนตามร่างกาย มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ขึ้น เสียงทุ้ม ขาดประจำเดือน ลูกกระเดือก เป็นต้น


ทำไมต้องเทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศ

ในผู้ที่ต้องการข้ามเพศ การเทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศมีจุดประสงค์เพื่อลดฮอร์โมนเพศเดิมที่สร้างขึ้นจากร่างกาย ช่วยลดการแสดงออกทางร่างกายของเพศเดิม และเพื่อเสริมฮอร์โมนเพศที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปตามที่ตนเองต้องการ ควรได้รับบริการเพื่อการข้ามเพศกับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนมีความเสี่ยงหรือเป็นโรคที่เป็นข้อห้ามของการใช้ฮอร์โมน เช่น หลอดเลือดอุดตัน มะเร็งบางชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ฮอร์โมนยังมีหลากหลายชนิดและรูปแบบ แต่ละคนอาจเหมาะกับฮอร์โมนต่างชนิดกัน การได้พบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง การได้รับฟังข้อดีและข้อเสีย ทางเลือกของยาที่เหมาะสม และพูดคุยเรื่องทางเลือกในการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ก่อนการใช้ฮอร์โมนจึงมีความจำเป็น


ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศเป็นอย่างไร

ฮอร์โมนเพศที่นำมาใช้เพื่อการข้ามเพศ เป็นฮอร์โมนที่มีความคล้ายกับฮอร์โมนธรรมชาติจึงนำมาประยุกต์ใช้ในผู้ที่ต้องการข้ามเพศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตรงกับเพศที่ต้องการ ทำให้รู้สึกดีและมั่นใจในตนเองเพราะฉะนั้นฮอร์โมนข้ามเพศนอกจากเปลี่ยนแปลงร่างกายยังทำให้ภาวะทางจิตใจดีขึ้นด้วย


เข้าใจให้ถูกก่อนเทคฮอร์โมน

การเทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศมีกี่วิธี

การเทคฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ 

  1. การเทคฮอร์โมนเพื่อสร้างความเป็นชาย (Masculinizing Hormone) เป็นการปรับลักษณะร่างกายเพศหญิงแต่กำเนิดให้มีความเป็นเพศชาย โดยจะเสริมฮอร์โมนเพศชายคือ เทสโทสเตอโรน
  2. การเทคฮอร์โมนเพื่อสร้างความเป็นหญิง (Feminizing Hormone) เป็นการปรับลักษณะร่างกายเพศชายแต่กำเนิดให้มีความเป็นเพศหญิง โดยจะเสริมฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจน ในกรณีที่หญิงข้ามเพศยังมีอวัยวะเพศชายเดิม (อัณฑะควรได้รับยากดการทำงานของฮอร์โมนเพศชายร่วมด้วย

เทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศได้เมื่อไร

ก่อนเทคฮอร์โมนควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย ประเมินความเสี่ยง รับฟังข้อดีข้อเสีย ปรึกษาเรื่องการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ สามารถเริ่มเทคฮอร์โมนได้ตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยในกรณีนี้อาจให้เป็นยาที่ยับยั้งการพัฒนาลักษณะทางเพศเดิมก่อนแล้วจึงให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (กรณีหญิงข้ามเพศหรือ เทสโทสเตอโรน (กรณีชายข้ามเพศเมื่ออายุ 16 ปี หรืออาจก่อนนั้น โดยพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้ชำนาญการ


ยาคุมกำเนิดช่วยในการข้ามเพศหรือไม่

หลายคนใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อการข้ามเพศและซื้อมารับประทานเองอย่างแพร่หลาย ทั้งที่ยาคุมกำเนิดออกแบบมาเพื่อคุมกำเนิดในผู้หญิง ลดอาการปวดประจำเดือน ลดปริมาณประจำเดือนไม่ให้มามากจนเกินไป ไม่ควรนำมาใช้เพื่อการข้ามเพศ เพราะเอสโตรเจนในยาคุมกำเนิดเป็นชนิดเอทินิลเอสตราไดออล Ethinyl Estradiol (EE) ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดอุดตัน เมื่อใช้ขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดเสียหายจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย การปรึกษาแพทย์เพื่อข้ามเพศอย่างปลอดภัยคือวิธีที่ดีที่สุด

ข้อมูลโดย