Saturday, October 23, 2021

ฮอร์โมนและการออกกำลังกาย

 


ฮอร์โมนและการออกกำลังกาย

ออกกำลังกายไม่เหมาะ ฮอร์โมนไม่สมดุล มีผลต่อร่างกาย

ปัจจุบันการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทุก ๆ กลุ่มอายุ ด้วยความเชื่อที่ว่า การออกกำลังกายทำให้สุขภาพดี ชะลอความแก่ และทำให้อายุยืนยาวได้ แต่ความเป็นจริงกลับพบว่าคนบางคนการออกกำลังกายบางอย่างกลับทำให้สุขภาพแย่ลง แก่เร็ว ไม่มีแรง หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ น้ำหนักตัวเพิ่มหรือขึ้น ๆ ลง ๆ บางคนมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและข้อต่อ

สาเหตุเพราะการออกกำลังกายที่ทำอยู่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง (Improper Exercise) หรือหนักเกินไป (Overtrain) และที่สำคัญคือออกกำลังไม่เหมาะกับระดับฮอร์โมนของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล (Hormonal Imbalance) ซึ่งปัญหานี้มักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 35 ปีหรือคนที่มีความเครียดหรือทำงานหนัก

ในกลุ่มอายุมากกว่า 35 ปีนั้นเป็นวัยที่ร่างกายเริ่มมีความเสื่อมอย่างชัดเจนและระบบต่างๆเริ่มแปรปรวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมน พบว่าฮอร์โมนที่สำคัญต่อการซ่อมแซมและเสริมสร้างร่างกายเช่น Growth hormone และฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวแรงอย่าง Testosterone จะมีระดับที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลและกระบวนการเผาผลาญในร่างกายได้แก่ Insulin และ Thyroid Hormone ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน คนวัยนี้จึงยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกวิธีการออกกำลังกายให้มากขึ้น

 

ส่วนในกลุ่มคนทำงานหนักหรือคนที่มีความเครียดสูงรวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง สิ่งที่ต้องระวังคือ ภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้าหรือ Adrenal Fatigue เนื่องจากเมื่อเราเกิดความเครียด ต่อมหมวกไตจะถูกกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมน Cortisol ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อลดการอักเสบและทำให้ระดับของน้ำตาลในร่างกายเกิดความสมดุล แต่เมื่อถูกกระตุ้นต่อเนื่องนาน ๆ เข้าต่อมนี้ก็จะเกิดการอ่อนล้าไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้อย่างเพียงพอจนเกิดภาวะฮอร์โมนบกพร่องหรือ Insufficiency


และยิ่งเป็นคนอายุมากกว่า 35 ปีด้วยแล้ว การฟื้นตัวยิ่งจะเป็นไปอย่างล่าช้าและเกิดอาการทางร่างกายที่เรียกว่าภาวะ Burn Out ได้อย่างชัดเจน ได้แก่
  • อ่อนเพลียตอนเช้าหรือตื่นนอนยาก
  • ง่วงนอนตอนบ่าย
  • หิวขนมหรือของหวานเป็นประจำ
  • กระตุ้นร่างกายด้วยกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอื่น ๆ เช่น ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง
  • น้ำหนักตัวขึ้นหรือลงโดยไม่สัมพันธ์กับการทานอาหารหรือการออกกำลังกาย
  • นอนหลับยาก ตื่นง่ายหรือหลับไม่สนิท
  • มีอาการอักเสบเรื้อรังตามร่างกาย
  • ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง
  • ป่วยง่าย

นอกจากนี้การออกกำลังกายประเภท Stimulating หรือ Cardio Exercise เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้น ชกมวย มากเกินไป กลับทำให้ร่างกายเกิดความเครียด (Stress ) และกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ทำงานหนักผิดปกติจนเกิดภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้าเช่นกัน การออกกำลังกายดังกล่าวจึงอาจยิ่งทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปกติแทนที่จะก่อประโยชน์กลับก่อผลเสียแทนต้องพิจารณาให้รอบด้าน

ในกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลจึงควรออกกำลังกายที่มีความหลากหลาย Cross Training มากกว่าที่จะเน้นเฉพาะ Cardio Exercise เพียงอย่างเดียวโดยการออกกำลังกายที่แนะนำคือ

  • Calming Exercise คือ การออกกำลังการที่เน้นการผ่อนคลายได้แก่ โยคะ พิลาทีส รำมวยจีน การเดินช้า ๆ การยืดเหยียด จะช่วยลดระดับ Cortisol และ Insulin ทำให้ต่อมหมวกไตได้พักและฟื้นตัว

  • Resistance Exercise คือ การออกกำลังกายที่มีแรงต้าน เช่น การยกเวท การดึงยางยืด Body Weight Training การว่ายน้ำ การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้าง Growth Hormone และ Testosterone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย สร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน

  • Stimulating Exercise หรือ Cardio ในกลุ่มที่ฮอร์โมนไม่ปกติหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาจต้องจำกัดเหลือเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ก่อนออกกำลังกายจึงควรทราบก่อนว่าสภาวะฮอร์โมนของเราเป็นแบบใด เพื่อให้สามารถวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลเสียต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัวและได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายหรือกีฬาที่เรารักอย่างแท้จริง

https://www.bangkokhospital.com/

Ad. ฮอร์โมนเพศชายเสริมสำหรับผู้ชายวัยทำงาน วัยทอง ทอม ทรานส์แมน  www.smartboyshopping.com

Friday, October 1, 2021

10 สมูทตี้โปรตีนสูง เพื่อทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี และรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

 เครื่องดื่มโบนัสที่เต็มไปด้วยรสชาติ และไม่ใช้น้ำตาล


สมูทตี้เป็นทางเลือกและวิธีที่ดี ในเวลาที่เราต้องการความหวาน อาหาร หรือขนมที่บรรจุสารอาหาร แต่ไม่ทำลายสุขภาพ มันให้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ทั้ง โปรตีน ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ผักและผลไม้ ทั้งหมดนี้อยู่ในแพ็คเกจที่สะดวก และทำเองได้ง่ายๆ

“สมูทตี้ทำเพื่อความสะดวกสบายในการพกพา และง่ายต่อการรับประทานในแต่ละมื้อ (ทดแทนสแน็คได้ดี) ที่สำคัญคือมันไม่จำเป็นต้องมีทักษะการทำอาหาร” โดยรวมแล้วเครื่องดื่มอาจเป็นวิธีที่มีขนาดกะทัดรัดในการรับสารอาหารที่สำคัญ ที่อาจขาดในอาหารประจำวันของคุณ และให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารอย่างรวดเร็ว ได้ในสิ่งที่จำเป็น เพื่อเพิ่มการตอบสนองและการฟื้นตัวหลังจากออกกำลังกาย

แต่เครื่องดื่มจากร้านสมูทตี้ มักมีแคลอรี่สูง และน้ำตาลมากกว่าที่คุณคาดคิด อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำสมูทตี้เพื่อสุขภาพ ได้โปรตีนเสริมด้วยตัวคุณเอง ถ้าคุณเลือกวิธี DIY แน่นอนว่าคุณยังต้องการดูส่วนผสมที่สำคัญ และปริมาณที่จำกัดของน้ำตาลที่ต้องการเติมจากสารให้ความหวาน อย่างเช่น น้ำผึ้ง

แล้วคุณจะสร้างสมูทตี้ที่มีโปรตีนสูงได้อย่างไร? เริ่มต้นด้วยการใช้ผลไม้ประมาณหนึ่งถ้วยต่อหนึ่งสมูทตี้ มันง่ายที่จะได้น้ำผลไม้ที่สดใหม่ เมื่อคุณโยนส่วนผสมต่างๆลงในเครื่องปั่น นอกจากนี้คุณยังจำเป็นต้องวัดการให้บริการไขมันสูง เช่น ถั่ว เนย หรืออะโวคาโด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้คุณบริโภคพลังงานโดยรวมได้มากขึ้น

การเพิ่มผักใบเขียวจำนวนหนึ่ง เช่น ผักคะน้า หรือผักโขมเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณใยอาหาร แถมยังเป็นโบนัสให้กับเครื่องดื่มของคุณเพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น

ถ้าทำอย่างถูกต้องสมูทตี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับวันของคุณ และความเป็นไปได้ของรสชาติไม่มีที่สิ้นสุด ลองส่วนผสมหนึ่งใน 20 โปรตีนที่อุดมไปด้วยโปรตีนที่อัดแน่นด้วยไฟเบอร์ เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยและทานง่ายขึ้น สำหรับแต่ละสูตรเราวางส่วนผสมตามลำดับที่ระบุไว้เอาไปลองใช้กันได้เลยจ้า

VERY BERRY SUPER SHAKE

500 แคลอรี่ | โปรตีน 57 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 54 กรัม | ไฟเบอร์ 14 กรัม | ไขมัน 11 กรัม

“สูตรนี้เต็มไปด้วยโปรตีน เส้นใย ไขมันสุขภาพ สารอาหารไฟโต และโปรไบโอติก ซึ่งสามารถใช้ทานเป็นอาหารเช้า อาหารกลางวัน หรืออาหารเย็นก็ได้”

ไบรอันเซนต์ปิแอร์, MS, RD, CSCS, นักโภชนาการด้านกีฬาและโค้ชโภชนาการที่ Precision Nutrition กล่าว

ส่วนผสม

  • น้ำ 12 ออนซ์
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • ผลเบอร์รี่ผสม (แช่แข็ง) 2 ถ้วย
  • โยเกิร์ตไขมันต่ำ (รสธรรมดา) 1/2 ถ้วย
  • ผงโปรตีนวานิลลา 2 ช้อน
  • วอลนัท 1 ช้อนโต๊ะ
  • ground flaxseed (เมล็ดแฟลกซ์) 1 ช้อนโต๊ะ

2. APPLE AND GREAT GRAINS SHAKE

535 แคลอรี่ | โปรตีน 58 กรัม | ไขมัน 13 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 46 กรัม | ไฟเบอร์ 9 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

ส่วนผสม

  • น้ำ นม หรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • โปรตีนรสวานิลลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • แอปเปิ้ล 1 ผล (เอาออกแกนแล้วหั่นเป็นชิ้น)
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • อัลมอนด์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวโอ๊ตดิบ ¼ ถ้วย
  • น้ำแข็งตามต้องการ
  • Cinnamon

3.CHOCOLATE, PEANUT BUTTER, AND BANANA SHAKE

585 แคลอรี่ | โปรตีน 59 กรัม | ไขมัน 22 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 38 กรัม | ไฟเบอร์ 8 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนม หรือโยเกิร์ต)

รสชาติของผักขมที่ซ่อนอยู่ในนี้ถุกกลบด้วยความอร่อยของช็อคโกแลต และเนยถั่วลิสง

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • ผงโปรตีนรสช็อคโกแลต 2 ช้อนโต๊ะ
  • กล้วย 1 ลูก
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • เนยถั่วธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงโกโก้เข้ม 1 ช้อนโต๊ะ

4. STRAWBERRY BANANA SHAKE

490 แคลอรี่ | โปรตีน 55 กรัม | ไขมัน 9 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 47 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 11 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

การเพิ่ม ground flax ลงในโปรตีนเชคคลาสสิกนี้ จะช่วยให้คุณมีไฟเบอร์ และไขมัน โอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • วานิลลาหรือผงโปรตีนรสสตรอเบอร์รี่ 2 ช้อนชา
  • กล้วย 1 ลูก
  • สตรอเบอร์รี่แช่แข็ง 1 ถ้วย
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • ground flax 2 ช้อนโต๊ะ

5. CHOCOLATE CHERRY AWESOMENESS SHAKE

530 แคลอรี่ | โปรตีน 56 กรัม | ไขมัน 13 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 47 กรัม | ไฟเบอร์ 9 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • ผงโปรตีนรสช็อคโกแลต 2 ช้อน
  • เชอร์รี่หวาน 2 ถ้วย (เอาเมล็ดออก)
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • วอลนัท 1 ช้อนโต๊ะ
  • ground flax 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงโกโก้เข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ

6. VANILLA PUMPKIN PIE SHAKE

535 แคลอรี่ | โปรตีน 60 กรัม | ไขมัน 13 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 45 กรัม | ไฟเบอร์ 13 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • ผงโปรตีนรสวานิลลา 2 ช้อน
  • ฟักทองหั่น ¾ ถ้วย
  • วอลนัท 1 ช้อนโต๊ะ
  • ground flax 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวโอ๊ตดิบ ½ ถ้วย
  • สารสกัดจากอบเชย และวานิลลา เพื่อตกแต่งและเพิ่มรสชาติ
  • น้ำแข็งตามต้องการ
Healthy pumpkin smoothie with chia seed in glasses on rustic background

7. BAKED APPLE SHAKE

510 แคลอรี่ | โปรตีน 57 กรัม | ไขมัน 15 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 36 กรัม | ไฟเบอร์ 10 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

เมล็ดงาในการสูตรนี้เพิ่มรสชาติที่ไม่คาดคิด รวมทั้งช่วยแมกนีเซียม และซีลีเนียม

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • ผงโปรตีนรสวานิลลา 2 ช้อน
  • แอปเปิ้ล 1 ผล (เอาแกนออกแล้วหั่นเป็นชิ้น)
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • อัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ground flax 1 ช้อนโต๊ะ
  • งา 1 ช้อนโต๊ะ
  • อบเชย
  • น้ำแข็งตามต้องการ

8. TROPICAL POWER SHAKE

525 แคลอรี่ | โปรตีน 58 กรัม | ไขมัน 12 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 46 กรัม | ไฟเบอร์ 8.5 กรัม (ใช้น้ำเป็นของเหลวแทนนมหรือโยเกิร์ต)

สูตรนี้รสชาติเหมือนกับ Pina colada แต่มีโปรตีน 58 กรัมเลยทีเดียว

ส่วนผสม

  • น้ำนมหรือโยเกิร์ต 12 ออนซ์
  • ผงโปรตีนรสวานิลลา 2 ช้อน
  • กล้วย ½ ผล
  • สับปะรด 1 ถ้วย
  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • ground flax 1 ช้อนโต๊ะ
  • coconut flakes (ที่ไม่หวาน) 2 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ตธรรมดา หรือวีแก้นคัพ ½ ถ้วย

9. SUPERFOOD SHAKE

329 แคลอรี่ | โปรตีน 28 กรัม | ไขมัน 4 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 52 กรัม | เส้นใย 11 กรัม

สารอาหารในผัก และผลไม้ที่มีสีเข้ม เช่นหัวบีทและเชอร์รี่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกีฬา และช่วยในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

Amy Culp, RD นักโภชนาการอาหาร จากมหาวิทยาลัยเท็กซัสของออสติน กล่าว

ส่วนผสม

  • เชอร์รี่แช่แข็ง 1/2 ถ้วย
  • น้ำ 8 ออนซ์
  • หัวบีทสับ 1/2 ถ้วย
  • สตรอเบอร์รี่แช่แข็ง 1/2 ถ้วยตวง
  • บลูเบอร์รี่แช่แข็ง 1/2 ถ้วยตวง
  • กล้วย 1/2 ผล
  • เวย์โปรตีนช็อคโกแลต 1 ช้อน
  • เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ

10. DR. MIKE’S POWER SHAKE

389 แคลอรี่ | โปรตีน 33 กรัม | ไขมัน 17 กรัม | คาร์โบไฮเดรต 34 กรัม

การปั่นสูตรนี้ ที่ปรึกษาด้านโภชนาการ Mike Roussell แนะนำส่วนผสมของบลูเบอร์รี่ที่มีประโยชน์ และคุณจะยังได้รับโอเมก้า 3 ไขมันที่ดีสำหรับสมองของคุณและบำรุงหัวใจจากวอลนัทและแฟลกซ์

ส่วนผสม

  • low fat cottage cheese ¼ ถ้วย
  • บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย (สดหรือแช่แข็ง)
  • ผงโปรตีนวานิลลา 1 ช้อน
  • flaxseed 2 ช้อนโต๊ะ
  • วอลนัท 2 ช้อนโต๊ะสับ
  • น้ำ 1 ½ ถ้วย
  • น้ำแข็ง
ที่มา https://www.themacho.co/2019/10-healthy-high-protein-smoothies-that-keep-you-full/#
Ad. ฮอร์โมนเพศชายเสริมสำหรับผู้ชายวัยทำงาน วัยทอง ทอม ทรานส์แมน  www.smartboyshopping.com

Sunday, September 5, 2021

ระวัง ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายยิ่งสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ แพทย์แนะ 3 เคล็ดลับ สุขภาพดี

ระวัง ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายยิ่งสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ แพทย์แนะ 3 เคล็ดลับ สุขภาพดี

การเวิร์ก ฟรอม โฮม ทำให้ครอบครัว ต่างมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ได้ใช้เวลาดูแลพ่อแม่ เหมือนกับที่ท่านดูแลเราตอนเด็กๆ แต่เมื่อเราโตขึ้น คุณพ่อคุณแม่ ก็อาจจะมีความแข็งแรงน้อยลง ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้สะดวกดังเดิม อย่างการไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ หรือแม้แต่เดินขึ้นลงบันได เป็นผลจาก “ภาวะเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อ” เพราะการสูญเสียมวลกล้มเนื้อในผู้สูงอายุเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

คุณลูกจึงควรเตรียมพร้อม ดูแลสุขภาพรักษามวลกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้ เพื่อชะลอภาวะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ผู้สูงวัยจำเป็นต้องได้รับโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณสูง และสารอาหารอื่นๆ คือโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี เพื่อช่วยในการปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณพ่อคุณแม่ของเรามีอายุมากขึ้น พวกท่านจะรับประทานอาหารได้น้อยลง ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ การขาดสารอาหารและวิตามินบางชนิดส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าที่คิด เช่น การขาดวิตามินดียิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น เพราะวิตามินดีช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล ปรับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง การสร้างเซลล์ของอวัยวะต่างๆ รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงและสร้างสมดุลของกล้ามเนื้อ กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่เพราะวิตามิน ดี และแร่ธาตุที่จำเป็นบางประเภทยังพบในปริมาณที่จำกัด ซึ่งการรับประทานอาหารในมื้อปกติ อาจจะทำให้ได้รับสารอาหารเหล่านั้นไม่ครบถ้วน

ตามธรรมชาติแล้ว เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปประมาณร้อยละ 8 ในทุกๆ 10 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอายุ 70 ปี อัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวถึงร้อยละ 15 ในทุกๆ 10 ปี นั่นหมายความว่า เมื่อคุณอายุ 70 ปี มวลกล้ามเนื้อของคุณจะสูญเสียไปถึงร้อยละ 24
การได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จากรายงานการวิจัย พบว่า ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1.0-1.3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน ซึ่งแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ปีก ปลา ผลิตภัณฑ์นม เต้าหู้ ถั่วชนิดต่างๆ และไข่ เป็นต้น

นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่สูงวัยเช่นกัน แต่เมื่อคนเราอายุระหว่าง 40 ถึง 70 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะรับประทานอาหารน้อยลงถึงร้อยละ 25 นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้รับโปรตีนได้น้อยลงเช่นกัน การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมสารอาหารจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ของเราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

นายแพทย์ประพัฒน์ โสภณาทรณ์ Medical Director, แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ เผยว่า การเบื่ออาหารเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยมีสาเหตุมาจากทั้งด้านประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารที่ลดลง, โรคประจำตัวที่จำกัดประเภทของอาหาร รวมถึงสภาพอารมณ์ที่ซึมเศร้าก็มีผลต่อความอยากอาหารในผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ลูกหลานควรดูแลผู้สูงอายุให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ เริ่มต้นง่ายๆ โดยการปรุงอาหารให้มีความหลากหลาย อาจปรับใช้อาหารเสริมสูตรครบถ้วนมาประกอบอาหาร เพื่อบำรุงร่างกายผู้สูงอายุให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ แต่ควรรับประทานภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้การจัดตารางรับประทานอาหารร่วมกับผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอยังช่วยลดความเครียดและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวอีกด้วย

โดยมี 3 เคล็ดลับง่ายๆสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปในการดูแลกล้ามเนื้อ ได้แก่

1. เพิ่มปริมาณสารอาหารที่จำเป็นต่อวันให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน หรือวิตามิน ดี รวมถึงสารอาหารอื่นๆให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
2. การออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance exercise) จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อได้
3. ขอคำแนะนำและปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวิธีในการดูแลรักษากล้ามเนื้อ

นายแพทย์ประพัฒน์ โสภณาทรณ์
ขอบคุณที่มา https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_2196230
Ad. ฮอร์โมนเพศชายเสริมสำหรับผู้ชายวัยทำงาน วัยทอง ทอม ทรานส์แมน  www.smartboyshopping.com