Friday, October 20, 2023
วิตามินแมน สำหรับ ทอมบอยอยากแมนมีกล้ามจ้า
Saturday, October 14, 2023
วิ่งออกกำลังกาย มีผลอย่างไรต่อเซ็กส์
เรื่อง: รัชดา ธราภาค มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)
ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560
กีฬาวิ่งกำลังได้รับความนิยมแพร่หลาย ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะวิ่งเป็นกีฬาที่ง่าย วิ่งที่ไหน ตอนไหนก็ได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องหาเพื่อนเล่น หรือถ้ามีเพื่อนวิ่งด้วยกันก็ยิ่งสนุกใหญ่
วิ่งออกกำลังกาย มีผลอย่างไรต่อเซ็กส์?
จากการสำรวจข้อมูลของหลายสำนัก พบว่านักวิ่งสมัครเล่นทุกเพศทุกวัย ตอบค่อนข้างตรงกันว่า การวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ร่างกายแข็งแรง มีความเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เพศสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย
วิ่งกับเซ็กส์ เกี่ยวอะไรกัน?
• ความเชื่อมั่นในตัวเอง
อันดับแรกเลยก็คือ คนที่เล่นกีฬามักจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง ทั้งเรื่องความแข็งแรงของร่างกาย การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ทนทาน ควบคุมร่างกายได้ดี รวมถึงความรู้สึกภูมิใจกับรูปร่างและบุคลิกภาพที่สง่าผ่าเผย ซึ่งไม่มากก็น้อย อารมณ์ทางเพศมีส่วนสัมพันธ์กับความรู้สึกดีต่อตัวเอง เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เชื่อมั่น เพราะกลัวว่าตัวเองจะอ้วนเกินไป กลัวดูไม่ดีในสายตาของคู่ เหล่านี้ย่อมมีผลให้อารมณ์ทางเพศหดหาย
• สารเคมีในร่างกาย
การวิ่งออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphins) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข รวมทั้งสารสื่อประสาทที่สำคัญ ได้แก่ เซโรโทนิน (serotonin) และโดพามีน (Dopamine) ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายรับรู้ได้เร็ว จึงไวต่อการกระตุ้นเร้าและเกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การวิ่งออกกำลังกายยังช่วยการทำงานของหัวใจ และโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลระยะยาวโดยตรงต่อสุขภาพและเพศสัมพันธ์
ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ผลการสำรวจของหลายสถาบันพบผลตรงกันว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะไวต่อสัมผัส ทำให้ตอบสนองทางเพศได้ดีขึ้น ขณะที่ผู้ชายตอบว่า ถึงจุดสุดยอดได้ดีขึ้น รวมทั้งมีเซ็กส์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้นด้วย
• วิ่งมากไป ระวังเซ็กส์เสื่อม
อย่างไรก็ตาม การวิ่งออกกำลังกายมากเกินไปกลับส่งผลเสีย มีผลการศึกษาที่พบว่า ถ้าวิ่งมากไป จะทำให้เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลง ซึ่งเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศชาย ที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของเนื้อเยื่อระบบสืบพันธุ์ เช่น อัณฑะและต่อมลูกหมาก ขณะที่คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนเครียดมีระดับเพิ่มขึ้น ส่วนผู้หญิง ประจำเดือนอาจขาดหาย ซึ่งเหล่านี้ล้วนไม่ส่งผลดีต่อการมีเพศสัมพันธ์
แค่ไหนเรียกว่ามากไป? ถ้าเมื่อไรที่เริ่มรู้สึกว่า ทั้งที่เล่นกีฬามาเหนื่อยอ่อน แต่กลับนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เบื่ออาหาร หรือคนที่ผอมเกินไป น้ำหนักไม่สมดุลกับความสูง นั่นอาจเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคุณกำลังออกกำลังกายเกินพอดี
“ความสุข” ในการเล่นกีฬาถือเป็นอีกตัวชี้วัดที่สำคัญ ถ้าเมื่อใด การออกกำลังกลายเป็นความเคร่งเครียด คาดหวังกับตัวเองสูง กลัวทำเวลาไม่ได้ กลัวเสียสถิติ นั่นย่อมไม่ใช่ความพอดี
การดูแลร่างกายให้แข็งแรงสดชื่นอยู่เสมอ จะช่วยให้มีสุขภาพดี ชีวิตทางเพศมีคุณภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ชีวิตที่สมดุล และเป็นสุข
https://www.whaf.or.th/
วงการกีฬานานาชาติเริ่มตั้งกฎเกณฑ์เกี่ยวกับนักกีฬาข้ามเพศ

บรรดาองค์กรกีฬาระหว่างประเทศอยู่ในระหว่างการกำหนดหรือพิจารณากฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการแข่งขันของนักกีฬาข้ามเพศ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ หรือ FINA ได้ประกาศนโยบายที่จะห้ามไม่ให้ผู้หญิงข้ามเพศส่วนมากเข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้กำหนดให้กลุ่มคนข้ามเพศเริ่มเข้ารับการรักษาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพศก่อนอายุ 12 ปี
คนข้ามเพศบางคนใช้ยาเพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศชายหรือเพศหญิง ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวนั้นส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาร่างกาย
หลังจากที่ FINA ประกาศการตัดสินใจของตนแล้ว องค์กรอื่น ๆ เช่น องค์กรที่จัดการแข่งขันกีฬาฮอกกี้ รักบี้ ไตรกีฬา และปั่นจักรยาน ก็กำลังตั้งกฎเกณฑ์ใหม่หรือดัดแปลงแก้แก้ไขกฎเดิมด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ FIFA หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติยังกล่าวด้วยว่าทางองค์กรกำลังทบทวนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องเพศใหม่อีกครั้ง
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่ทำการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ และโฆษกของ IOC ยังกล่าวด้วยว่า “ทางองค์กรไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์เดียวกันกับนักกีฬาทุก ๆ คนได้” และว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของแต่ละสหพันธ์และกีฬาแต่ละประเภท
อย่างไรก็ดี นโยบายโอลิมปิกที่ผ่าน ๆ มาอนุญาตให้สตรีข้ามเพศที่ได้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนสามารถลงแข่งขันกับนักกีฬาหญิงได้
ทางด้านผู้จัดการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่และลาน หรือ World Athletics ดำเนินการโดยอดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกเซบาสเตียน โคว (Sebastian Coe) แห่ง Great Britain ซึ่งเขาได้กล่าวว่า World Athletics จะตรวจสอบนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับนักกีฬาข้ามเพศภายในสิ้นปี 2022 นี้
ทั้งนี้ หาก World Athletics ทำตามนโยบายของ FINA ก็อาจทำให้นักวิ่งอย่างแคสเตอร์ ซาเมนยา (Caster Semenya) จากแอฟริกาใต้และ คริสทีน เอ็มโบมา (Christine Mboma) จากนามิเบียไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ โดยทั้งสองเป็นนักวิ่งอันดับต้น ๆ ที่ลงแข่งขันกับผู้หญิง แต่มีความแตกต่างในเรื่องการพัฒนาทางเพศซึ่งส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่

รอส ทัคเคอร์ (Ross Tucker) นักวิจัยของ World Rugby กล่าวว่า “ภายในสิ้นปีนี้ World Athletics จะประกาศนโยบายที่คล้ายกับกีฬาว่ายน้ำ และหากมีนักกีฬาคนไหนที่ผ่านเข้าสู่ช่วงที่ฮอร์โมนเพศชายเข้าสู่วัยหนุ่ม แล้ว และถ้ามีข้อได้เปรียบที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน พวกเขาจะไม่สามารถลงแข่งขันในกีฬาสตรีได้”
ทัคเคอร์ยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า มีแนวโน้มว่าองค์กรการกีฬาทั้งหมดจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางด้านกฎหมายในเรื่องนโยบายใหม่ของพวกเขา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเป็นคดีความนั้นอาจทำให้องค์กรกีฬาที่มีขนาดเล็ก ๆ ไม่สามารถกำหนดนโยบายใหม่ตาม FINA ได้
เซบาสเตียน โคว กล่าวว่า FINA เสียค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการสร้างนโยบายใหม่ไปแล้วเป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์ และว่า World Athletics ยังพอมีงบประมาณที่จะรับมือกับการเป็นคดีความในศาล แต่องค์กรกีฬาขนาดเล็ก ๆ อาจไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
ทางด้านผู้นำกีฬาโอลิมปิกได้เข้าร่วมประชุมที่โคโลราโดเมื่อเดือนที่แล้วในวันครบรอบ 50 ปีของกฎหมาย Title IX ของสหรัฐฯ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวห้ามการเลือกปฏิบัติทางเพศในโครงการการศึกษาหรือกิจกรรมใด ๆ ที่ได้รับเงินของรัฐบาลกลาง
ซูซาน ลายออนส์ (Susan Lyons) หัวหน้าคณะกรรมการโอลิมปิกและพาราลิมปิกของสหรัฐฯ หรือUSOPC กล่าวว่า การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศนั้นไม่ใช่หน้าที่ขององค์กร แต่ควรมีการนำเสนอ "มุมมอง" ที่ชัดเจน
และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง จะมีองค์กรกีฬาระดับนานาชาติมากกว่า 40 องค์กรที่จำเป็นจะต้องตั้งกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่นานนี้ ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เสนอนโยบายใหม่ที่จะปกป้องนักเรียนเลสเบี้ยน เกย์ คนข้ามเพศ และเพศทางเลือกจากการถูกเลือกปฏิบัติภายใต้กฎหมาย Title IX โดยมิเกล คาร์โดนา (Miguel Cardona) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ กล่าวว่า "การยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียมและการไม่แบ่งแยกนั้นยังเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอยู่เสมอ"
- ที่มา: เอพี, รอยเตอร์
ฮอร์โมนกับการแข่งกกีฬา
อ่านต่อที่นี่ครับ
https://www.station-thai.com/idea/8873/
Tuesday, October 10, 2023
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง
จะเกิดอะไรขึ้น ? เมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายที่ถูกใช้งานมาโดยตลอดย่อมมีการเสื่อมโทรมไปตามวัย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังรวมถึงสิ่งที่เรามองไม่เห็น ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงระดับฮอร์โมนในร่างกายที่ลดลง
แล้วฮอร์โมนคืออะไร?
ฮอร์โมน (Hormone) เป็นสารเคมีที่ผลิตโดยต่อมไร้ท่อ มีบทบาทหน้าที่ควบคุมให้ร่างกายทำงานประสานกันอย่างเป็นปกติ
ในร่างกายของคนเรามีฮอร์โมนผลิตออกมามากมายหลายชนิด เช่น ฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโต ฮอร์โมนที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเป็นต้น ส่วนบทความนี้จะขอกล่าวถึงฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ
ฮอร์โมนเพศชาย หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone)ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของร่างกาย และแสดงให้เห็นถึงลักษณะทางเพศ เช่น มีกล้ามเนื้อชัดเจน อวัยวะเพศเพิ่มขยายได้ขณะที่มีอารมณ์ทางเพศหรือขณะสืบพันธุ์ เป็นต้น
หากขาดฮอร์โมนหรือ ฮอร์โมนเพศชายลดลง จะส่งผลกระทบโดยตรงทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะทำให้คุณผู้ชายมีอาการเหล่านี้
1.อารมณ์แปรปรวน ขาดสมาธิ ความจำลดลง
2.นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับยากขึ้น
3.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่กระฉับกระเฉง
4. ซึมเศร้า
5.ความต้องการทางเพศลดลง
6.ผิวพรรณหมองคล้ำ หยาบกร้าน เหี่ยวย่น
7.มีไขมันสะสมมากขึ้น อ้วนง่าย
8.มวลกระดูกลดลง กระดูกบาง เปราะ หักง่าย
สำหรับคุณผู้ชายที่สงสัยว่าตนเองจะเกิดภาวะฮอร์โมนเพศชายลดลง ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์
ซึ่งการตรวจระดับฮอร์โมนสามารถทำได้โดยการเจาะเลือด หากพบความผิดปกติจะได้รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที
ที่มา https://ch9airport.com/
ผู้ชายกับฮอร์โมน

HIGHLIGHTS:
- “ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย” หรือ Andropause คือการที่ผู้ชายเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะมีบางอย่างผิดปกติ ส่งผลทำให้ ฮอร์โมนเพศชายลดต่ำ
- สาเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายพร่อง อาจเกิดจาก โรคอ้วน โรคตับ ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวาน อายุที่มากขึ้น หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
- การรักษาภาวะพร่องฮอร์โมน แพทย์จะดูที่สาเหตุ ซึ่งอาจจะมาจากการพักผ่อน หรือ โรคประจำตัว ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ภาวะต่าง ๆ ของร่างกาย ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
บ่อยครั้งที่เราได้ยินคนเรียก ผู้หญิงหมดประจำเดือน (Menopause) ว่าการเข้าสู่ช่วง “วัยทอง” ซึ่งเกิดจากการที่รังไข่หยุดการสร้างฮอร์โมน แต่สำหรับผู้ชายจะมีความแตกต่างนั่นก็คือ ต่อมอัณฑะไม่เคยหยุดทำงานเอง การที่ผู้ชายเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะมีบางอย่างผิดปกติ ส่งผลทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดต่ำลง จึงถูกเรียกว่า “ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย” หรือ Andropause
สาเหตุที่ทำให้ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ
มีหลายสาเหตุ อย่าง โรคที่เกี่ยวกับระบบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ โรคอ้วน โรคตับ ไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวาน อายุที่มากขึ้น และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
อาการของระดับ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ
ผู้ชายที่มีระดับ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ ส่งผลกับด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ทำให้มีอาการดังนี้
- หงุดหงิดง่าย
- ไม่กระฉับกระเฉง
- มวลกระดูกและกล้ามเนื้อลดลง
- อ้วนลงผุง
- นอนไม่หลับ
- ความต้องการทางเพศลดลง
- อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่
- ขาดความมั่นใจ
ส่งผลโดยรวมต่อพฤติกรรมความเป็นอยู่เป็นอย่างมาก บางคนถึงขั้นมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย
การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชายในเลือด
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการของระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำลง (Testosterone) ควรปรึกษาแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยการส่งตรวจเลือด ไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือด หลังจากได้ผลเลือดแล้วแพทย์จะทำการวางแผนการรักษาต่อไป
ฮอร์โมนเพศชายต่ำ รักษาอย่างไร
หากย้อนไปดูที่สาเหตุ ส่วนใหญ่จะมาจากการพักผ่อน หรือ โรคประจำตัว จึงควรตรวจเช็คร่างกายให้พร้อม ตั้งแต่ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ภาวะต่าง ๆ ของร่างกาย ตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยว่าเป็นอย่างไร เพราะฮอร์โมนผู้ชาย ไม่มีทางหมดเพียงแต่พร่องไป ถ้าพัฒนาการทางสุขภาพดีขึ้น น้ำหนักลดลง สมรรถภาพของร่างกาย และอาการของระดับ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ ควรจะกลับมาดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นจากเดิม ควรปรึกษาแพทย์
ที่มา https://www.samitivejhospitals.com/



