Saturday, February 24, 2024

ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

 

ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

    ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

    ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำ เป็นปัญหาที่อาจพบได้บ่อยในผู้ชายทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชายที่มีอายุมาก เมื่อระดับเทสโทสเตอโรนต่ำอาจส่งผลต่อสุขภาพ เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น นอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพบางประการ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

    เทสโทสเตอโรน คืออะไร

    เทสโทสเตอโรน คือ ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อลักษณะต่าง ๆ ของผู้ชาย เช่น เสียง กล้ามเนื้อ ขนบนใบหน้า รวมถึงยังอkจช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง รักษาความแข็งแรงของกระดูก และช่วยการทำงานของสมอง โดยทั่วไป ระดับปกติของเทสโทสเตอโรนจะอยู่ในระดับตั้งแต่ 300-900 นาโนแกรม/เดซิลิตร ซึ่งระดับเทสโทสเตอโรนจะถึงจุดสูงสุดในช่วงวัยเลขสอง และหลังจากอายุ 30 หรือ 40 จะค่อย ๆ ลดลงปีละ 1% เมื่อระดับเทสโทสเตอโรนทีต่ำลง อาจทำให้ผู้ชายเผชิญกับปัญหาอย่าง เช่น

    • การเปลี่ยนแปลงของสุขภาพทางเพศ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศตามธรรมชาติลดลง มีบุตรยาก
    • การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น มวลกล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ความหนาแน่นของกระดูกลดลง หน้าอกบวมหรือกดเจ็บ ผมร่วง ขนตามร่างกายน้อยลง อาจมีพลังวังชาน้อยกว่าที่เคย
    • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ไม่มีสมาธิ ความจำแย่ลง

    อย่างไรก็ตาม อาจต้องมีการระบุสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งว่า ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำเกิดมาจากการลดลงของเทสโทสเตอโรนเนื่องจากวัย หรือเกิดจากภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเทสโทสเตอโรนในระดับปกติได้ หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ผลข้างเคียงของยา ไทรอยด์มีปัญหา โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า ซึ่งโรคเหล่านี้อาจทำให้เทสโทสเตอโรนต่ำลง และอาจรักษาได้ด้วยการทำให้เทสโทสเตอโรนสูงขึ้น

    ปัญหาเทสโทสเตอโรนต่ำ ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

    หากระดับเทสโทสเตอโรนจนอยู่ในระดับต่ำเกิน อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ อาจทำให้แรงขับทางเพศที่ลดลง ปัญหาการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศ ไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น รวมถึงยังอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอน ปัญหาทางจิตใจ และอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

    ปัญหาไทรอยด์

    ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือการมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ อาจทำให้ระดับพลังงานลดลง โดยภาวะนี้อาจเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเองที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีไทรอยด์ของตัวเอง อาการนี้อาจพบได้บ่อยในผู้หญิง แต่ก็อาจเกิดในผู้ชายได้เช่นกัน โดยนอกจากจะทำให้เกิดความอ่อนเพลียเรื้อรังแล้ว ยังอาจทำให้มีอาการต่าง ๆ เช่น ท้องผูก น้ำหนักขึ้น ปวดกล้ามเนื้อ ผิวแห้ง ผมบาง อาการซึมเศร้า

    นอกจากนี้ ภาวะขาดไทรอยด์ยังอาจทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนต่ำได้ หากมีปัญหาทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ก็อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อรักษาภาวะขาดไทรอยด์ก็อาจจะทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนดีขึ้นด้วย

    ปัญหาการนอน

    อาการอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการนอนไม่พอ หรือคุณภาพการนอนที่ไม่ดี เช่น นอนดึก หรืออดนอนบ่อยๆ หรืออาจเกิดมาจากภาวะผิดปกติในการนอน เช่น อาการหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความอ่อนเพลีย เนื่องมาจากทำให้คุณภาพการนอนต่ำ เพราะการขาดออกซิเจนเป็นระยะตลอดคืน หรืออาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Leg Syndrome) เป็นอีกโรคหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการนอนต่ำ และเกิดเป็นอาการอ่อนเพลียตลอดวัน

    โรคซึมเศร้า

    โรคซึมเศร้าเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับจิตใจและร่างกาย ซึ่งอาจทำให้มีอาการต่าง ๆ เช่น รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า หมดหวัง มีความวิตกกังวล ไม่สนใจความเป็นไปในโลก ไม่มีสมาธิ มีปัญหาการนอนหลับ พลังงานลดลง น้ำหนักเปลี่ยนแปลง ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึ่งโรคซึมเศร้าอาจรักษาได้ด้วยการปรึกษาจิตแพทย์และการกินยาตามที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งครัด

    ขาดธาตุเหล็ก

    โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็กมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่โรคโลหิตจางทุกประเภทล้วนแต่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึ่งระดับธาตุเหล็กต่ำในผู้ชายอาจเกิดจากการกินอาหารที่ไม่สมดุล การบริจาคเลือดบ่อยเกินไป หรืออาการมีอาการเลือดออกภายใน เช่น ที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ นอกจากนี้ โรคโลหิตจางยังอาจเกิดจากการขาดวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินบี 12

    ที่มา https://hellokhunmor.com/

    เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ด้วยการออกกำลังกาย

     

    เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ด้วยการออกกำลังกาย

      เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ด้วยการออกกำลังกาย

      ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นฮอร์โมนเพศหลักในผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ การรักษากล้ามเนื้อ และสุขภาพของผู้ชาย เช่น การเพิ่มพลังทางเพศ ช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายบางประเภทอาจช่วย เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้

      เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ด้วยการออกกำลังกาย

      การที่ผู้ชายมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำอาจทำให้เกิดปัญหา ดังนี้

      โดยระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนอาจเปลี่ยนไปตามธรรมชาติตลอดทั้งวัน และลดลงอย่างช้า ๆ ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายแบบฝืนแรงต้านทาน (Resistance exercise) เช่น วิดพื้น อาจช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้ นอกจากนี้ การออกกำลังกายด้วยท่าสควอท และการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ก็อาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้เช่นกัน ซึ่งการออกกำลังกายที่อาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย อาจมีดังนี้

      ออกกำลังกายแบบฝืนแรงต้านทาน (Resistance exercise)

      การยกน้ำหนัก หรือการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) อาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ โดยการออกกำกายแบบฝืนแรงต้านอาจทำได้ ดังนี้

      • ใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น อาจลองออกกำลังกายแบบที่ใช้ร่างกายทุกส่วน (Full-body Workout) อาจส่งผลต่อฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมากกว่าการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เนื่องจากได้ใช้กล้ามเนื้อหลายมัดในร่างกาย
      • เพิ่มน้ำหนัก แทนการยกน้ำหนักที่เบาเท่าเดิม แต่ยกหลายครั้ง
      • ใช้เวลาพักน้อยลง ในการพักระหว่างออกกำลังกาย

      ออกกำลังกายด้วยท่าสควอท

      การสควอท 4 เซต เซตละ 10 รอบ อาจช่วยให้ร่างกายผลิตเทสโทสเทอโรนมากขึ้น เมื่อเทียบกับการสควอท 11 เซต เซตละ 3 รอบด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น ดังนั้น การออกกำลังกายที่มีรอบออกกำลังกายมากกว่าใน 1 เซต อาจเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ดีกว่า

      นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบการออกกำลังกายด้วยท่าสควอท กับท่าวิดพื้น (Push-up) อาจพบว่า การออกกำลังกายด้วยท่าสควอทอาจเพิ่มระดับฮอร์โทนเทสโทสเตอโรนได้มากกว่า เนื่องจากท่าสควอทใช้กล้ามเนื้อที่ขาซึ่งได้ใช้มวลกล้ามเนื้อมากกว่าการออกกำลังกายด้วยท่าวิดพื้น

      การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

      การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอาจช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินและอ้วน นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ป่วยที่มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อาจเพิ่มขึ้นด้วยการออกกำลังกายแบบเอโรบิก เนื่องจากทำให้ลดเปอร์เซ็นต์ไขมัน และช่วยทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

      ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

      การออกกำลังกายแบบใช้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ถือเป็นการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังอาจปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ดังนี้

      • น้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกิน การออกกำลังกายจะสามารถช่วยทำให้คุณน้ำหนักลดลง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้
      • อายุ ผู้ชายที่มีอายุมากมีแนวโน้มว่า หลังออกกำลังกายร่างกายจะสามารถกระตุ้นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม และไม่ว่าอย่างไรผู้ชายที่มีอายุมากขึ้นควรออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ
      • ช่วงเวลา เมื่อออกกำลังกาย ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะสูงสุดในตอนเช้า และต่ำสุดในตอนบ่าย นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบฝืนแรงต้านทานอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในตอนเย็น ดังนั้น อาจวางแผนออกกำลังกายหลังเลิกงาน แทนการออกกำลังกายในตอนเช้า
      • ระดับความหนักในการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายในระดับเดิมตลอด เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ อาจทำให้ร่างเคยชิน ท้ายที่สุดอาจมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนลดลง ดังนั้น จึงควรค่อย ๆ เพิ่มระดับความหนักในการออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

      ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

      นักกีฬาอาชีพ หรือผู้ที่ต้องฝึกร่างกายอย่างหนัก อาจมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากมีแนวโน้มว่าร่างกายจะมีระดับเทสโทสเตอโรนต่ำ และมีระดับคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งถ้ามีสัญญาณและอาการเหล่านี้อาจหมายความบ่งบอกว่า กำลังออกกำลังกายมากเกินไป และอาจเกิดจากปัญหาอื่น ๆ ดังนี้

      • ออกกำลังกายรุนแรงมากเกินไป
      • มีปัญหาการฟื้นฟูร่างกายจากการออกกำลังกาย
      • มีปัญหาการนอนหลับ
      • สูญเสียสมรรถนะและความแข็งแรง

      ถ้าออกกำลังกายมากเกินไป ให้หยุดพักขณะออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูตนเองได้ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการออกกำลังกายอย่างถูกต้อง

      ที่มา https://hellokhunmor.com/

      Monday, January 1, 2024

      ใช้น้ำมันงารักษาแก้ตาพร่างพราย

      ใช้น้ำมันงารักษาแก้ตาพร่างพราย

       แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้บอกเตือนผู้ที่ต้องใช้สายตา จากการอยู่กับหน้าจอต่างๆ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์วางตัก หรือโทรทัศน์ ให้เพลาลงบ้าง เนื่องด้วยเพราะมันอาจจะเป็นการเริ่มต้นของปัญหาสายตาที่ร้ายแรงได้

      สิ่งที่ควรจะปฏิบัติหนแรก ได้แก่ พยายามมองพวกหน้าจอให้น้อยลง เพื่อที่จะให้สุขภาพสายตาดีขึ้น ธรรมดาคนทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่า มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ให้สามารถทำหน้าที่เป็นปกติได้ อาหารที่สำคัญเหล่านั้น ได้แก่ พวกถั่ว พวกงา ซึ่งมีสรรพคุณทั้งบำรุง และป้องกันในตัวด้วย

      พวกถั่ว พวกงานั้น นอกจากสามารถจะเคี้ยวกินดิบๆ หรือตากแห้ง หรือแม้แต่คั่ว เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่อุดม มีสรรพคุณช่วยปกป้องตา และเซลล์อื่นๆ ในร่างกายไม่ให้เสื่อมลง เนื่องจากร่างกายเราไม่อาจจะสร้างขึ้นมาได้เอง เพราะฉะนั้นจึงจะต้องหาทางกินเป็นอาหาร ในบรรดาสิ่งเหล่านี้ที่ถือกันว่า เป็นอาหารพวกเดียวกัน ได้แก่น้ำมันขิง ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด ทั้งฟลาโวนอยด์ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันโอเมก้า 6 เยื่อใยอาหาร วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะงาดำ ซึ่งมีธรรมชาติเป็นกลางๆ ไม่ร้อนหรือเย็น เป็นเครื่องบำรุงและหล่อเลี้ยงตา ข้อดีของงาก็คือ หาง่ายและใช้เสริมอาหารจะช่วยบำรุงสายตาให้เป็นธรรมชาติ แก้สายตาพร่า และเมื่อยล้ากับตาแห้ง.

      www.thairath.co.th

      Friday, November 17, 2023

      ทำความรู้จัก เกย์เกมส์ มหกรรมกีฬาไร้พรมแดน

       เมื่อพูดถึงมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติทุกคนย่อมนึกถึง โอลิมปิก เกมส์ แต่กับโลกยุคปัจจุบันที่ไร้พรมแดนทั้งเรื่องเชื้อชาติ สีผิว และเพศแล้ว ย่อมมีคำถามตัวโต ๆ ว่า โอลิมปิก คือการแข่งขันสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้จริง ๆ หรือ?

       

      แม้ โอลิมปิก จะประกาศตัวชัดเจนว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และมีนักกีฬาเกย์มากมายในโลกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่สำหรับโอลิมปิกที่เป็นทัวร์นาเมนต์กีฬากระแสหลักแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะลงแข่งโดยเปิดเผยตัวเองได้อย่างเต็มที่ มีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือบางคนเลือกที่จะไม่เข้าร่วมการแข่งขันในกีฬากระแสหลักเพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

       

      ที่หนักไปกว่านั้นคือนักกีฬา LGBTQ+ ในบางประเทศไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ เนื่องจากผิดต่อหลักปฏิบัติทางศาสนาหรือกฎเกณฑ์ทางสังคม บางแห่งมีบทลงโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต  

       

      เกย์เกมส์ คือมหกรรมกีฬาที่เกิดขึ้นเพื่อโอบกอดผู้คนเหล่านั้น โดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหานักกีฬา LGBTQ+ ที่เก่งที่สุดในโลก แต่เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองโดยปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติ และตรงกันข้ามกับโอลิมปิกที่คัดเอาเฉพาะนักกีฬาหัวกะทิเข้าร่วมการแข่งขัน แต่เกย์เกมส์เปิดกว้างให้กับทุกคนไม่ว่าคุณจะเป็นสุดยอดนักกีฬาหรือไม่ก็ตาม  

       

       

      ใครคือผู้ก่อตั้งเกย์เกมส์

       

      เราจะพูดถึงเกย์เกมส์ไม่ได้เลย หากไม่ได้เอ่ยถึง ด็อกเตอร์ ทอม วัดเดลล์ ผู้เป็นแรงบันดาลใจและผู้ก่อตั้งการแข่งขันกีฬาและการแสดงวัฒนธรรมระดับโลกรายการนี้ โดยวัดเดลล์หรือนามสกุลเดิมคือฟลูบาเคอร์เกิดในครอบครัวคาธอลิกชาวเยอรมัน-อเมริกันที่เมืองเพเทอร์สัน รัฐนิวเจอร์ซีย์เมื่อปี 1937 เขารู้ว่าตัวเองเป็นเกย์สมัยเรียนไฮสคูลแต่พยายามเก็บกดมันเอาไว้ด้วยการทุ่มเทให้กับการเล่นกีฬา วัดเดลล์เล่นกีฬาหลายชนิดทั้งอเมริกันฟุตบอลและยิมนาสติกเหมือนพ่อแม่บุญธรรมที่รับเขามาเลี้ยงหลังพ่อแม่แยกทางกัน  

       

      อย่างไรก็ตาม กรีฑาคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด ถึงขั้นที่ได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะก้าวไปติดทีมชาติสหรัฐฯ ลงแข่งทศกรีฑาใน โอลิมปิก เกมส์ ปี 1968 ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งแม้วัดเดลล์จะไม่ได้เหรียญรางวัลไปครองแต่ก็คว้าอันดับ 6 จากนักกีฬาทั้งหมด 33 คน รวมถึงทำลายสถิติตัวเอง 5 จาก 10 รายการ

       

      อย่างไรก็ตาม 4 ปีต่อมาระหว่างฝึกซ้อมเพื่อแข่งขันที่ฮาวาย วัดเดลล์ได้รับบาดเจ็บเข่าอย่างรุนแรงจนต้องจบอาชีพนักกีฬา จากนั้นเขากลับมาทำงานในสายการแพทย์ตามสาขาที่ได้เล่าเรียนมาและเริ่มเปิดเผยตัวตนกับเพื่อน ๆ มากขึ้น ระหว่างที่ย้ายมาใช้ชีวิตใน ซาน ฟรานซิสโก จนในช่วงปี 1974-81 วัดเดลล์ได้ไปทำงานในตะวันออกกลางในฐานะผู้อำนวยการทางการแพทย์ของบริษัทวิทเทเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวได้รับหน้าที่แพทย์ประจำตัวให้กับเจ้าชายและนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย รวมถึงได้เป็นแพทย์ประจำทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกปี 1976 ที่มอนทรีอัล ประเทศแคนาดาอีกด้วย

       

       

      จุดเริ่มต้นเกย์เกมส์ และข้อพิพาทกับโอลิมปิกสหรัฐฯ

       

      หลังออกจากบริษัทวิทเทเกอร์ วัดเดลล์ได้โอกาสลงแข่งโบว์ลิงเกย์ที่ เบย์ แอเรีย ซึ่งความรู้สึกที่ได้จากงานนี้รวมถึงประสบการณ์และความประทับใจในการลงแข่งโอลิมปิก ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจอยากจัดการแข่งขันกีฬาสำหรับชาวเกย์ในรูปแบบเดียวกับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ จากนั้น วัดเดลล์ ได้เดินทางไปเผยแพร่แนวคิดของตัวเองทั่วประเทศเพื่อระดมการสนับสนุน

       

      ปี 1982 การแข่งขันเกย์เกมส์สมัยแรกก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่ ซาน ฟรานซิสโก ในรูปแบบของมหกรรมกีฬาและเทศกาลศิลปะโดยใช้ชื่อ "เกย์ โอลิมปิก เกมส์" แต่ถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐฯ (USOC) ยื่นฟ้องฝ่ายจัดการแข่งขันจากการใช้คำว่า "โอลิมปิก" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยูเอสโอซีไม่เคยยื่นฟ้องกลุ่มใดที่เอาคำนี้ไปใช้มาก่อน ซึ่งพวกเขาให้เหตุผลว่าการยินยอมให้ใช้ชื่อ "เกย์ โอลิมปิกส์" ส่งผลเสียต่อพวกเขา และคำร้องเป็นผลสำเร็จก่อนเริ่มการแข่งขันเพียง 19 วันเท่านั้น  

       

      อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ใช้ชื่ออย่างที่วัดเดลล์ตั้งใจเอาไว้ แต่เกย์เกมส์ครั้งแรกได้เดินหน้าและประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า 1,300 คนจาก 170 ชาติ ซึ่งอาจมาจากจุดประสงค์ของการแข่งขันที่ให้ค่ากับการเน้นย้ำเรื่องน้ำใจนักกีฬา, ความสำเร็จส่วนตัว และความครอบคลุมผู้คนในระดับที่ยิ่งกว่าโอลิมปิก ขณะที่กรณีพิพาทเรื่องการใช้คำว่า "เกย์ โอลิมปิกส์" ต้องต่อเนื่องไปถึงชั้นศาลและยืดเยื้อไปถึงปี 1987 ซึ่งศาลสูงของสหรัฐฯลงคะแนนตัดสิน 5-4 เสียงให้ ยูเอสโอซี เป็นฝ่ายชนะคดี รวมถึงยืนยันสิทธิ์ของพวกเขาในการเก็บค่าธรรมเนียมทางกฎหมายจากวัดเดลล์อีกด้วย

       

       

      เวทีไร้พรมแดนที่เป็นมากกว่าแค่การแข่งขันกีฬา

       

      สำหรับโอลิมปิกมีกฎข้อห้ามเรื่องการแสดงออกทางการเมือง หรือสัญญะต่าง ๆ อย่างเข้มงวด เนื่องจากต้องการแยกกีฬาออกจากการเมือง รวมไปถึงการประท้วงและการเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมใด ๆ ก็ตาม แต่สำหรับ เกย์เกมส์ แล้วตรงกันข้าม เพราะวัดเดลล์ต้องการให้อีเวนต์นี้เป็นเวทีสำหรับการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เป็นเวทีเพื่อการเรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

       

      ฝ่ายจัดการแข่งขันออกกฎห้ามการเลือกปฏิบัติตามเพศสภาพ เพศวิถี เชื้อชาติและลักษณะอื่น ๆ เกย์เกมส์ยังให้ความสำคัญกับการตระหนักถึงภัยร้ายของเอชไอวีและเอดส์พร้อมกับการเปิดรับผู้ติดเชื้อให้เข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากนั้นพวกเขายังเกลี้ยกล่อมให้รัฐบาลสหรัฐฯยกเว้นมาตรการห้ามไม่ให้ผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าประเทศชั่วคราวเพื่อให้สามารถลงแข่งในปี 1994 ที่นิวยอร์ก และโอลิมปิก เกมส์ ปี 1996 ที่แอตแลนตา โดยได้รับความร่วมมือจาก ยูเอสโอซี

       

      อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เอชไอวีคร่าชีวิตของวัดเดลล์ในปี 1987 หลังจากที่เขาเข้าร่วมการแข่งขัน เกย์เกมส์ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 1986 ในฐานะนักกีฬาพุ่งแหลนและคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

       

       

      ปณิธานที่สานต่อ สู่หนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลก

       

      ด้วยความที่เกย์เกมส์ไม่ได้จำกัดคนเข้าร่วมแค่ชาว LGBTQ+ แต่คนที่มีเพศวิถีแบบชายรักหญิงหรือหญิงรักชายก็สามารถลงแข่งขันได้ ทำให้จำนวนผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลสนุก ๆ เท่านั้น แต่นักกีฬาระดับโลกก็เข้าร่วมการแข่งเช่นกัน โดยย้อนไปในปี 2002 จิม บัลลาร์ด เคยทำลายสถิติโลกว่ายน้ำท่ากรรเชียง 100 ม. ที่นครซิดนีย์มาแล้ว ขณะที่ คริส มอร์แกน เริ่มต้นตำนานนักยกเหล็กของเขาจากเกย์เกมส์ ก่อนจะก้าวไปคว้าได้ถึง 30 เหรียญจากการลงแข่งรายการชิงแชมป์โลกหลายสมัย

       

      จากจุดเริ่มต้นสมัยแรกที่มีนักกีฬาเข้าร่วมหลักพันต้น ๆ เกย์เกมส์ เติบโตขึ้นอย่างคงที่และมั่นคงในทุก ๆ ปี โดยการแข่งขันที่นิวยอร์กปี 1994 มีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า โอลิมปิก ฤดูหนาว ในปีเดียวกัน ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 11 ที่ฮ่องกงจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 นี้ คาดว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมหลักหมื่นคน ซึ่งความสำเร็จในรายการนี้ตรงตามปณิธานที่วัดเดลล์เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ตอนจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1982 นั่นคือ การทำให้โลกมองเห็นพวกเขา และรับรู้ถึงพวกเขาได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นพวกเขาลงแข่งขันอย่างสนุกสนาน นั่นคือสิ่งที่เกย์เกมส์ทำได้สำเร็จและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
      cr. https://stadiumth.com/columns/detail?id=308&tab=inter

      10 สัญญาณเตือน ฮอร์โมนเพศชายต่ำ

      สุขภาพน่ารู้ จากหมอยูโร
      ” 10 สัญญาณเตือน ฮอร์โมนเพศชายต่ำ” เขียนโดย นพ.นิวัฒน์ ลักขณาวงศ์ รพ. เจริญกรุงประชารักษ์


      ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ บางคนเรียก “ชายวัยทอง”
      คือ ภาวะที่คุณผู้ชายมีระดับอร์โมนเพศชายที่ลดลง ฮอร์โมนเพศชายคือเทสโทสเตอโรน (Testosterone)
      ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยเรื่องความจำ ระบบไหลเวียนโลหิต และทำให้สุขภาพทางเพศดีขึ้น เป็นต้น
      พูดสรุปง่ายๆ คือ ฮอร์โมนตัวนี้ช่วยให้เราหนุ่มนั่นเอง


      ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้สร้างจากอัณฑะเป็นหลัก และจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น
      โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เร่งทำให้ฮอร์โมนเพศชายต่ำลง
      เช่น อ้วนลงพุง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เครียด ฯลฯ
      ?..คุ้นๆมั้ยครับ พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้จะว่าไปก็พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบันนะครับ จึงไม่แปลกที่คนหนุ่ม อายุไม่มาก ก็อาจมีภาวะของฮอร์โมนเพศชายต่ำได้
      .
      คราวนี้ถ้าขาดฮอร์โมนตัวนี้จะเกิดอาการอย่างไร?
      ตัวอย่างอาการ ได้แก่ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หงุดหงิดง่าย ไม่กระฉับกระเฉง เบื่อหน่ายซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน อ้วนลงพุง รู้สึกร้อนวูบวาบ หลงลืม กระดูกพรุน ฯลฯ
      (อาการขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนที่ลดลงมากน้อยต่างกันไป)


      เนื่องจากอาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ไม่เฉพาะเจาะจงและคล้ายกับอาการของโรคอื่นๆ
      จึงมีเครื่องมือที่ทุกคนสามารถประเมินตัวเองเบื้องต้นได้ ก่อนที่จะมาพบแพทย์
      ซึ่งเป็นแบบทดสอบ 10 ข้อ เพื่อประเมินภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ ADAM score (ตามรูปประกอบ)
      โดย หากตอบว่า “ใช่” ในข้อที่ 1 หรือ 7
      <หรือ> ตอบ “ใช่” อย่างน้อย 3 ข้อ


      ให้สงสัยว่าอาจมีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ควรปรึกษาแพทย์
      ซึ่งคุณหมอก็จะทำการตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนเพศชายเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
      โดยอยากจะขอย้ำว่า ต้องมีการตรวจเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยครับ
      แบบสอบถาม ADAM อย่างเดียวไม่พอ เนื่องจากบางการศึกษาพบว่า specificity ในการวินิจฉัยแค่ 36% ครับ และไม่แนะนำให้ไปซื้อยาฮอร์โมนมาใช้เองหลังตอบแบบสอบถามครับ


      การรักษาภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลจิตใจให้แจ่มใส และจัดการกับความเครียด และการลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ฯลฯ
      การให้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงผลดีและผลเสียของยาฮอร์โมนก่อนใช้
      ดังนั้นหากเราอยากเป็นหนุ่มฟิตปั๋งไปนานๆ เราก็ควรดูแลร่างกายและป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ
      หากมีอาการก็ให้ปรึกษาแพทย์นะครับ


      ตรวจทานโดย ผศ.นพ.เปรมสันต์ สังข์คุ้ม รพ.รามาธิบดี
      เอกสารอ้างอิง
      Morley JE, et al. Validation of a screening questionnaire for androgen deficiency in aging males. Metabolism 2000;49:1239-42.

      Sunday, October 22, 2023

      เขื่อน เจอเกรียนคีย์บอร์ดเหยียดเพศรุนแรง

       ทำเอาชาวเน็ตต้องออกมาปกป้อง เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กันเลยทีเดียว หลังจากที่เจ้าตัวเจอเกรียนคีย์บอร์ด เข้ามาคอมเมนต์เหยียดเพศสภาพ พร้อมกับบอกว่านักร้องหนุ่มเป็นพวกวิปริตผิดเพศ จะมามีข้อคิดดีๆ ให้คนอื่นได้อย่างไร หลังจากที่เขื่อนโพสต์คลิปพูดถึงเรื่องเวลาของทุกคนมีจำกัด เป็นการให้ข้อคิดดีๆ กับคนที่มาฟัง 

      แต่กลับมีเกรียนคีย์บอร์ดรายหนึ่งได้เข้ามาคอมเมนต์ในคลิปดังกล่าวของเขื่อนด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพว่า "ทำไมเราต้องมานั่งดูคนที่ ยอมรับไม่ได้แม้กระทั่งเพศสภาพตัวเองด้วยนะ" และ "ผมเหยียดพวกวิปริตผิดเพศครับ คนที่รับเพศเกิดตัวเองไม่ได้ ยังมีหน้ามาสอนคนอื่นอีก"

      และ "คนที่รับความเป็นชายของตัวเองยังไม่ได้เลย จะมีข้อคิดดีๆ อะไรหรอครับ ถ้าคิดได้จริง คงไม่ไปบวชให้ศาสนาเสื่อมลงไปอีกหรอกครับ มันต้องลังเลขนาดไหน ที่เพศเป็นชาย แต่ตัวอยากเป็นหญิง แต่ก็อยากบวชพระ ย้อนแย้งในย้อนแย้ง"

      หลังจากที่ชาวเน็ตเห็นข้อความดังกล่าว ก็ได้เข้าคอมเมนต์ตำหนิถึงการคอมเมนต์เหยียดเพศสภาพคนอื่นอย่างมากมาย อาทิ "การศึกษาต่ำจังอะ ยังเหยียดเพศคนอื่นอยู่เลย, นิสัยไม่ดี!!!!, เพศสภาพกับข้อคิดดีๆ มันคนละอย่างกันต้องแยกแยะ มันไม่เสียหายอะไรถ้าคุณจะรับฟังอะไรสักอย่างที่มันดีและมีประโยชน์,

      ด่าเขา ก็ไม่ได้แสดงว่า เขามีการศึกษาต่ำกว่าคุณเลย เรื่องแบบนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขา เขาอาจเคยเจอประสบการณ์ไม่ดีจากคนในเพศสภาพนี้ และความจริงในโลกคือ เพศสภาพไม่ใช่ว่ากำหนดว่า เป็นคนดี เป็นคนที่ “ต้อง” ได้รับการยอมรับหรือเกลียดชัง มันขึ้นกับว่า ใครพบอะไรมา, เสื่อมหรือไม่เสื่อมพื้นฐานมันอยู่ที่ความดีครับไม่เกี่ยวว่าเป็นเพศอะไร,

      เคยเจอมา หรืออคติ? อย่าคิดแทนเขาดีกว่าครับ ยังไงการเหยียดคนอื่นมันก็ไม่สมควรอยู่ดี มันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูสูงเลย แต่ทำให้ดูต่ำลงไปอีก ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบและก็ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเหยียด,

      รสนิยมจ้า คนที่ไม่ชอบกาแฟ จะให้เค้ากินกาแฟหรอ รสนิยมทางเพศก็เช่นเดียวกัน แต่คนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น ทั้งที่เค้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้นี่แย่มากนะคะ ไปว่าเค้า ไปตัดสินเค้า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้สูงส่งกว่าใคร เจริญทางใจกว่าใคร มันก็แอบน่าสงสารนะคะ ที่คิดได้แค่นั้น"

      คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”


      ขอบคุณที่มา https://www.thairath.co.th/