Monday, January 1, 2024

ใช้น้ำมันงารักษาแก้ตาพร่างพราย

ใช้น้ำมันงารักษาแก้ตาพร่างพราย

 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้บอกเตือนผู้ที่ต้องใช้สายตา จากการอยู่กับหน้าจอต่างๆ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์วางตัก หรือโทรทัศน์ ให้เพลาลงบ้าง เนื่องด้วยเพราะมันอาจจะเป็นการเริ่มต้นของปัญหาสายตาที่ร้ายแรงได้

สิ่งที่ควรจะปฏิบัติหนแรก ได้แก่ พยายามมองพวกหน้าจอให้น้อยลง เพื่อที่จะให้สุขภาพสายตาดีขึ้น ธรรมดาคนทั่วไปอาจจะไม่ทราบว่า มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ให้สามารถทำหน้าที่เป็นปกติได้ อาหารที่สำคัญเหล่านั้น ได้แก่ พวกถั่ว พวกงา ซึ่งมีสรรพคุณทั้งบำรุง และป้องกันในตัวด้วย

พวกถั่ว พวกงานั้น นอกจากสามารถจะเคี้ยวกินดิบๆ หรือตากแห้ง หรือแม้แต่คั่ว เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่อุดม มีสรรพคุณช่วยปกป้องตา และเซลล์อื่นๆ ในร่างกายไม่ให้เสื่อมลง เนื่องจากร่างกายเราไม่อาจจะสร้างขึ้นมาได้เอง เพราะฉะนั้นจึงจะต้องหาทางกินเป็นอาหาร ในบรรดาสิ่งเหล่านี้ที่ถือกันว่า เป็นอาหารพวกเดียวกัน ได้แก่น้ำมันขิง ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด ทั้งฟลาโวนอยด์ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันโอเมก้า 6 เยื่อใยอาหาร วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะงาดำ ซึ่งมีธรรมชาติเป็นกลางๆ ไม่ร้อนหรือเย็น เป็นเครื่องบำรุงและหล่อเลี้ยงตา ข้อดีของงาก็คือ หาง่ายและใช้เสริมอาหารจะช่วยบำรุงสายตาให้เป็นธรรมชาติ แก้สายตาพร่า และเมื่อยล้ากับตาแห้ง.

www.thairath.co.th

Friday, November 17, 2023

ทำความรู้จัก เกย์เกมส์ มหกรรมกีฬาไร้พรมแดน

 เมื่อพูดถึงมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติทุกคนย่อมนึกถึง โอลิมปิก เกมส์ แต่กับโลกยุคปัจจุบันที่ไร้พรมแดนทั้งเรื่องเชื้อชาติ สีผิว และเพศแล้ว ย่อมมีคำถามตัวโต ๆ ว่า โอลิมปิก คือการแข่งขันสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้จริง ๆ หรือ?

 

แม้ โอลิมปิก จะประกาศตัวชัดเจนว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และมีนักกีฬาเกย์มากมายในโลกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่สำหรับโอลิมปิกที่เป็นทัวร์นาเมนต์กีฬากระแสหลักแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะลงแข่งโดยเปิดเผยตัวเองได้อย่างเต็มที่ มีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือบางคนเลือกที่จะไม่เข้าร่วมการแข่งขันในกีฬากระแสหลักเพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

 

ที่หนักไปกว่านั้นคือนักกีฬา LGBTQ+ ในบางประเทศไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ เนื่องจากผิดต่อหลักปฏิบัติทางศาสนาหรือกฎเกณฑ์ทางสังคม บางแห่งมีบทลงโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต  

 

เกย์เกมส์ คือมหกรรมกีฬาที่เกิดขึ้นเพื่อโอบกอดผู้คนเหล่านั้น โดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อหานักกีฬา LGBTQ+ ที่เก่งที่สุดในโลก แต่เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองโดยปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติ และตรงกันข้ามกับโอลิมปิกที่คัดเอาเฉพาะนักกีฬาหัวกะทิเข้าร่วมการแข่งขัน แต่เกย์เกมส์เปิดกว้างให้กับทุกคนไม่ว่าคุณจะเป็นสุดยอดนักกีฬาหรือไม่ก็ตาม  

 

 

ใครคือผู้ก่อตั้งเกย์เกมส์

 

เราจะพูดถึงเกย์เกมส์ไม่ได้เลย หากไม่ได้เอ่ยถึง ด็อกเตอร์ ทอม วัดเดลล์ ผู้เป็นแรงบันดาลใจและผู้ก่อตั้งการแข่งขันกีฬาและการแสดงวัฒนธรรมระดับโลกรายการนี้ โดยวัดเดลล์หรือนามสกุลเดิมคือฟลูบาเคอร์เกิดในครอบครัวคาธอลิกชาวเยอรมัน-อเมริกันที่เมืองเพเทอร์สัน รัฐนิวเจอร์ซีย์เมื่อปี 1937 เขารู้ว่าตัวเองเป็นเกย์สมัยเรียนไฮสคูลแต่พยายามเก็บกดมันเอาไว้ด้วยการทุ่มเทให้กับการเล่นกีฬา วัดเดลล์เล่นกีฬาหลายชนิดทั้งอเมริกันฟุตบอลและยิมนาสติกเหมือนพ่อแม่บุญธรรมที่รับเขามาเลี้ยงหลังพ่อแม่แยกทางกัน  

 

อย่างไรก็ตาม กรีฑาคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด ถึงขั้นที่ได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะก้าวไปติดทีมชาติสหรัฐฯ ลงแข่งทศกรีฑาใน โอลิมปิก เกมส์ ปี 1968 ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งแม้วัดเดลล์จะไม่ได้เหรียญรางวัลไปครองแต่ก็คว้าอันดับ 6 จากนักกีฬาทั้งหมด 33 คน รวมถึงทำลายสถิติตัวเอง 5 จาก 10 รายการ

 

อย่างไรก็ตาม 4 ปีต่อมาระหว่างฝึกซ้อมเพื่อแข่งขันที่ฮาวาย วัดเดลล์ได้รับบาดเจ็บเข่าอย่างรุนแรงจนต้องจบอาชีพนักกีฬา จากนั้นเขากลับมาทำงานในสายการแพทย์ตามสาขาที่ได้เล่าเรียนมาและเริ่มเปิดเผยตัวตนกับเพื่อน ๆ มากขึ้น ระหว่างที่ย้ายมาใช้ชีวิตใน ซาน ฟรานซิสโก จนในช่วงปี 1974-81 วัดเดลล์ได้ไปทำงานในตะวันออกกลางในฐานะผู้อำนวยการทางการแพทย์ของบริษัทวิทเทเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวได้รับหน้าที่แพทย์ประจำตัวให้กับเจ้าชายและนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย รวมถึงได้เป็นแพทย์ประจำทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกปี 1976 ที่มอนทรีอัล ประเทศแคนาดาอีกด้วย

 

 

จุดเริ่มต้นเกย์เกมส์ และข้อพิพาทกับโอลิมปิกสหรัฐฯ

 

หลังออกจากบริษัทวิทเทเกอร์ วัดเดลล์ได้โอกาสลงแข่งโบว์ลิงเกย์ที่ เบย์ แอเรีย ซึ่งความรู้สึกที่ได้จากงานนี้รวมถึงประสบการณ์และความประทับใจในการลงแข่งโอลิมปิก ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจอยากจัดการแข่งขันกีฬาสำหรับชาวเกย์ในรูปแบบเดียวกับมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ จากนั้น วัดเดลล์ ได้เดินทางไปเผยแพร่แนวคิดของตัวเองทั่วประเทศเพื่อระดมการสนับสนุน

 

ปี 1982 การแข่งขันเกย์เกมส์สมัยแรกก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่ ซาน ฟรานซิสโก ในรูปแบบของมหกรรมกีฬาและเทศกาลศิลปะโดยใช้ชื่อ "เกย์ โอลิมปิก เกมส์" แต่ถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐฯ (USOC) ยื่นฟ้องฝ่ายจัดการแข่งขันจากการใช้คำว่า "โอลิมปิก" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยูเอสโอซีไม่เคยยื่นฟ้องกลุ่มใดที่เอาคำนี้ไปใช้มาก่อน ซึ่งพวกเขาให้เหตุผลว่าการยินยอมให้ใช้ชื่อ "เกย์ โอลิมปิกส์" ส่งผลเสียต่อพวกเขา และคำร้องเป็นผลสำเร็จก่อนเริ่มการแข่งขันเพียง 19 วันเท่านั้น  

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ใช้ชื่ออย่างที่วัดเดลล์ตั้งใจเอาไว้ แต่เกย์เกมส์ครั้งแรกได้เดินหน้าและประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม มีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า 1,300 คนจาก 170 ชาติ ซึ่งอาจมาจากจุดประสงค์ของการแข่งขันที่ให้ค่ากับการเน้นย้ำเรื่องน้ำใจนักกีฬา, ความสำเร็จส่วนตัว และความครอบคลุมผู้คนในระดับที่ยิ่งกว่าโอลิมปิก ขณะที่กรณีพิพาทเรื่องการใช้คำว่า "เกย์ โอลิมปิกส์" ต้องต่อเนื่องไปถึงชั้นศาลและยืดเยื้อไปถึงปี 1987 ซึ่งศาลสูงของสหรัฐฯลงคะแนนตัดสิน 5-4 เสียงให้ ยูเอสโอซี เป็นฝ่ายชนะคดี รวมถึงยืนยันสิทธิ์ของพวกเขาในการเก็บค่าธรรมเนียมทางกฎหมายจากวัดเดลล์อีกด้วย

 

 

เวทีไร้พรมแดนที่เป็นมากกว่าแค่การแข่งขันกีฬา

 

สำหรับโอลิมปิกมีกฎข้อห้ามเรื่องการแสดงออกทางการเมือง หรือสัญญะต่าง ๆ อย่างเข้มงวด เนื่องจากต้องการแยกกีฬาออกจากการเมือง รวมไปถึงการประท้วงและการเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมใด ๆ ก็ตาม แต่สำหรับ เกย์เกมส์ แล้วตรงกันข้าม เพราะวัดเดลล์ต้องการให้อีเวนต์นี้เป็นเวทีสำหรับการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เป็นเวทีเพื่อการเรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

ฝ่ายจัดการแข่งขันออกกฎห้ามการเลือกปฏิบัติตามเพศสภาพ เพศวิถี เชื้อชาติและลักษณะอื่น ๆ เกย์เกมส์ยังให้ความสำคัญกับการตระหนักถึงภัยร้ายของเอชไอวีและเอดส์พร้อมกับการเปิดรับผู้ติดเชื้อให้เข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากนั้นพวกเขายังเกลี้ยกล่อมให้รัฐบาลสหรัฐฯยกเว้นมาตรการห้ามไม่ให้ผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าประเทศชั่วคราวเพื่อให้สามารถลงแข่งในปี 1994 ที่นิวยอร์ก และโอลิมปิก เกมส์ ปี 1996 ที่แอตแลนตา โดยได้รับความร่วมมือจาก ยูเอสโอซี

 

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เอชไอวีคร่าชีวิตของวัดเดลล์ในปี 1987 หลังจากที่เขาเข้าร่วมการแข่งขัน เกย์เกมส์ ครั้งที่ 2 เมื่อปี 1986 ในฐานะนักกีฬาพุ่งแหลนและคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

 

 

ปณิธานที่สานต่อ สู่หนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในโลก

 

ด้วยความที่เกย์เกมส์ไม่ได้จำกัดคนเข้าร่วมแค่ชาว LGBTQ+ แต่คนที่มีเพศวิถีแบบชายรักหญิงหรือหญิงรักชายก็สามารถลงแข่งขันได้ ทำให้จำนวนผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลสนุก ๆ เท่านั้น แต่นักกีฬาระดับโลกก็เข้าร่วมการแข่งเช่นกัน โดยย้อนไปในปี 2002 จิม บัลลาร์ด เคยทำลายสถิติโลกว่ายน้ำท่ากรรเชียง 100 ม. ที่นครซิดนีย์มาแล้ว ขณะที่ คริส มอร์แกน เริ่มต้นตำนานนักยกเหล็กของเขาจากเกย์เกมส์ ก่อนจะก้าวไปคว้าได้ถึง 30 เหรียญจากการลงแข่งรายการชิงแชมป์โลกหลายสมัย

 

จากจุดเริ่มต้นสมัยแรกที่มีนักกีฬาเข้าร่วมหลักพันต้น ๆ เกย์เกมส์ เติบโตขึ้นอย่างคงที่และมั่นคงในทุก ๆ ปี โดยการแข่งขันที่นิวยอร์กปี 1994 มีนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า โอลิมปิก ฤดูหนาว ในปีเดียวกัน ซึ่งในการแข่งขันครั้งที่ 11 ที่ฮ่องกงจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 นี้ คาดว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมหลักหมื่นคน ซึ่งความสำเร็จในรายการนี้ตรงตามปณิธานที่วัดเดลล์เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ตอนจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1982 นั่นคือ การทำให้โลกมองเห็นพวกเขา และรับรู้ถึงพวกเขาได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นพวกเขาลงแข่งขันอย่างสนุกสนาน นั่นคือสิ่งที่เกย์เกมส์ทำได้สำเร็จและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
cr. https://stadiumth.com/columns/detail?id=308&tab=inter

10 สัญญาณเตือน ฮอร์โมนเพศชายต่ำ

สุขภาพน่ารู้ จากหมอยูโร
” 10 สัญญาณเตือน ฮอร์โมนเพศชายต่ำ” เขียนโดย นพ.นิวัฒน์ ลักขณาวงศ์ รพ. เจริญกรุงประชารักษ์


ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ บางคนเรียก “ชายวัยทอง”
คือ ภาวะที่คุณผู้ชายมีระดับอร์โมนเพศชายที่ลดลง ฮอร์โมนเพศชายคือเทสโทสเตอโรน (Testosterone)
ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยเรื่องความจำ ระบบไหลเวียนโลหิต และทำให้สุขภาพทางเพศดีขึ้น เป็นต้น
พูดสรุปง่ายๆ คือ ฮอร์โมนตัวนี้ช่วยให้เราหนุ่มนั่นเอง


ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้สร้างจากอัณฑะเป็นหลัก และจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น
โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เร่งทำให้ฮอร์โมนเพศชายต่ำลง
เช่น อ้วนลงพุง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เครียด ฯลฯ
?..คุ้นๆมั้ยครับ พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้จะว่าไปก็พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบันนะครับ จึงไม่แปลกที่คนหนุ่ม อายุไม่มาก ก็อาจมีภาวะของฮอร์โมนเพศชายต่ำได้
.
คราวนี้ถ้าขาดฮอร์โมนตัวนี้จะเกิดอาการอย่างไร?
ตัวอย่างอาการ ได้แก่ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หงุดหงิดง่าย ไม่กระฉับกระเฉง เบื่อหน่ายซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน อ้วนลงพุง รู้สึกร้อนวูบวาบ หลงลืม กระดูกพรุน ฯลฯ
(อาการขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนที่ลดลงมากน้อยต่างกันไป)


เนื่องจากอาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ไม่เฉพาะเจาะจงและคล้ายกับอาการของโรคอื่นๆ
จึงมีเครื่องมือที่ทุกคนสามารถประเมินตัวเองเบื้องต้นได้ ก่อนที่จะมาพบแพทย์
ซึ่งเป็นแบบทดสอบ 10 ข้อ เพื่อประเมินภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ ADAM score (ตามรูปประกอบ)
โดย หากตอบว่า “ใช่” ในข้อที่ 1 หรือ 7
<หรือ> ตอบ “ใช่” อย่างน้อย 3 ข้อ


ให้สงสัยว่าอาจมีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ควรปรึกษาแพทย์
ซึ่งคุณหมอก็จะทำการตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนเพศชายเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
โดยอยากจะขอย้ำว่า ต้องมีการตรวจเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยครับ
แบบสอบถาม ADAM อย่างเดียวไม่พอ เนื่องจากบางการศึกษาพบว่า specificity ในการวินิจฉัยแค่ 36% ครับ และไม่แนะนำให้ไปซื้อยาฮอร์โมนมาใช้เองหลังตอบแบบสอบถามครับ


การรักษาภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลจิตใจให้แจ่มใส และจัดการกับความเครียด และการลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ฯลฯ
การให้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงผลดีและผลเสียของยาฮอร์โมนก่อนใช้
ดังนั้นหากเราอยากเป็นหนุ่มฟิตปั๋งไปนานๆ เราก็ควรดูแลร่างกายและป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ
หากมีอาการก็ให้ปรึกษาแพทย์นะครับ


ตรวจทานโดย ผศ.นพ.เปรมสันต์ สังข์คุ้ม รพ.รามาธิบดี
เอกสารอ้างอิง
Morley JE, et al. Validation of a screening questionnaire for androgen deficiency in aging males. Metabolism 2000;49:1239-42.

Sunday, October 22, 2023

เขื่อน เจอเกรียนคีย์บอร์ดเหยียดเพศรุนแรง

 ทำเอาชาวเน็ตต้องออกมาปกป้อง เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กันเลยทีเดียว หลังจากที่เจ้าตัวเจอเกรียนคีย์บอร์ด เข้ามาคอมเมนต์เหยียดเพศสภาพ พร้อมกับบอกว่านักร้องหนุ่มเป็นพวกวิปริตผิดเพศ จะมามีข้อคิดดีๆ ให้คนอื่นได้อย่างไร หลังจากที่เขื่อนโพสต์คลิปพูดถึงเรื่องเวลาของทุกคนมีจำกัด เป็นการให้ข้อคิดดีๆ กับคนที่มาฟัง 

แต่กลับมีเกรียนคีย์บอร์ดรายหนึ่งได้เข้ามาคอมเมนต์ในคลิปดังกล่าวของเขื่อนด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพว่า "ทำไมเราต้องมานั่งดูคนที่ ยอมรับไม่ได้แม้กระทั่งเพศสภาพตัวเองด้วยนะ" และ "ผมเหยียดพวกวิปริตผิดเพศครับ คนที่รับเพศเกิดตัวเองไม่ได้ ยังมีหน้ามาสอนคนอื่นอีก"

และ "คนที่รับความเป็นชายของตัวเองยังไม่ได้เลย จะมีข้อคิดดีๆ อะไรหรอครับ ถ้าคิดได้จริง คงไม่ไปบวชให้ศาสนาเสื่อมลงไปอีกหรอกครับ มันต้องลังเลขนาดไหน ที่เพศเป็นชาย แต่ตัวอยากเป็นหญิง แต่ก็อยากบวชพระ ย้อนแย้งในย้อนแย้ง"

หลังจากที่ชาวเน็ตเห็นข้อความดังกล่าว ก็ได้เข้าคอมเมนต์ตำหนิถึงการคอมเมนต์เหยียดเพศสภาพคนอื่นอย่างมากมาย อาทิ "การศึกษาต่ำจังอะ ยังเหยียดเพศคนอื่นอยู่เลย, นิสัยไม่ดี!!!!, เพศสภาพกับข้อคิดดีๆ มันคนละอย่างกันต้องแยกแยะ มันไม่เสียหายอะไรถ้าคุณจะรับฟังอะไรสักอย่างที่มันดีและมีประโยชน์,

ด่าเขา ก็ไม่ได้แสดงว่า เขามีการศึกษาต่ำกว่าคุณเลย เรื่องแบบนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขา เขาอาจเคยเจอประสบการณ์ไม่ดีจากคนในเพศสภาพนี้ และความจริงในโลกคือ เพศสภาพไม่ใช่ว่ากำหนดว่า เป็นคนดี เป็นคนที่ “ต้อง” ได้รับการยอมรับหรือเกลียดชัง มันขึ้นกับว่า ใครพบอะไรมา, เสื่อมหรือไม่เสื่อมพื้นฐานมันอยู่ที่ความดีครับไม่เกี่ยวว่าเป็นเพศอะไร,

เคยเจอมา หรืออคติ? อย่าคิดแทนเขาดีกว่าครับ ยังไงการเหยียดคนอื่นมันก็ไม่สมควรอยู่ดี มันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูสูงเลย แต่ทำให้ดูต่ำลงไปอีก ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบและก็ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเหยียด,

รสนิยมจ้า คนที่ไม่ชอบกาแฟ จะให้เค้ากินกาแฟหรอ รสนิยมทางเพศก็เช่นเดียวกัน แต่คนที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น ทั้งที่เค้าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้นี่แย่มากนะคะ ไปว่าเค้า ไปตัดสินเค้า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้สูงส่งกว่าใคร เจริญทางใจกว่าใคร มันก็แอบน่าสงสารนะคะ ที่คิดได้แค่นั้น"

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”


ขอบคุณที่มา https://www.thairath.co.th/

Saturday, October 14, 2023

วิ่งออกกำลังกาย มีผลอย่างไรต่อเซ็กส์





 เรื่อง: รัชดา ธราภาค  มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่  17 กุมภาพันธ์ 2560

กีฬาวิ่งกำลังได้รับความนิยมแพร่หลาย ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะวิ่งเป็นกีฬาที่ง่าย วิ่งที่ไหน ตอนไหนก็ได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องหาเพื่อนเล่น หรือถ้ามีเพื่อนวิ่งด้วยกันก็ยิ่งสนุกใหญ่

วิ่งออกกำลังกาย มีผลอย่างไรต่อเซ็กส์?

จากการสำรวจข้อมูลของหลายสำนัก พบว่านักวิ่งสมัครเล่นทุกเพศทุกวัย ตอบค่อนข้างตรงกันว่า การวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ร่างกายแข็งแรง มีความเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เพศสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย

วิ่งกับเซ็กส์ เกี่ยวอะไรกัน?

• ความเชื่อมั่นในตัวเอง

อันดับแรกเลยก็คือ คนที่เล่นกีฬามักจะรู้สึกมั่นใจในตัวเอง ทั้งเรื่องความแข็งแรงของร่างกาย การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ทนทาน ควบคุมร่างกายได้ดี รวมถึงความรู้สึกภูมิใจกับรูปร่างและบุคลิกภาพที่สง่าผ่าเผย ซึ่งไม่มากก็น้อย อารมณ์ทางเพศมีส่วนสัมพันธ์กับความรู้สึกดีต่อตัวเอง เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เชื่อมั่น เพราะกลัวว่าตัวเองจะอ้วนเกินไป กลัวดูไม่ดีในสายตาของคู่ เหล่านี้ย่อมมีผลให้อารมณ์ทางเพศหดหาย 

• สารเคมีในร่างกาย

การวิ่งออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphins) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข รวมทั้งสารสื่อประสาทที่สำคัญ ได้แก่ เซโรโทนิน (serotonin) และโดพามีน (Dopamine) ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายรับรู้ได้เร็ว จึงไวต่อการกระตุ้นเร้าและเกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การวิ่งออกกำลังกายยังช่วยการทำงานของหัวใจ และโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลระยะยาวโดยตรงต่อสุขภาพและเพศสัมพันธ์

ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ผลการสำรวจของหลายสถาบันพบผลตรงกันว่า ผู้หญิงที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะไวต่อสัมผัส ทำให้ตอบสนองทางเพศได้ดีขึ้น ขณะที่ผู้ชายตอบว่า ถึงจุดสุดยอดได้ดีขึ้น รวมทั้งมีเซ็กส์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้นด้วย

• วิ่งมากไป ระวังเซ็กส์เสื่อม

อย่างไรก็ตาม การวิ่งออกกำลังกายมากเกินไปกลับส่งผลเสีย มีผลการศึกษาที่พบว่า ถ้าวิ่งมากไป จะทำให้เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลง ซึ่งเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศชาย ที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของเนื้อเยื่อระบบสืบพันธุ์ เช่น อัณฑะและต่อมลูกหมาก ขณะที่คอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนเครียดมีระดับเพิ่มขึ้น ส่วนผู้หญิง ประจำเดือนอาจขาดหาย ซึ่งเหล่านี้ล้วนไม่ส่งผลดีต่อการมีเพศสัมพันธ์

แค่ไหนเรียกว่ามากไป? ถ้าเมื่อไรที่เริ่มรู้สึกว่า ทั้งที่เล่นกีฬามาเหนื่อยอ่อน แต่กลับนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เบื่ออาหาร หรือคนที่ผอมเกินไป น้ำหนักไม่สมดุลกับความสูง นั่นอาจเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคุณกำลังออกกำลังกายเกินพอดี 

“ความสุข” ในการเล่นกีฬาถือเป็นอีกตัวชี้วัดที่สำคัญ ถ้าเมื่อใด การออกกำลังกลายเป็นความเคร่งเครียด คาดหวังกับตัวเองสูง กลัวทำเวลาไม่ได้ กลัวเสียสถิติ นั่นย่อมไม่ใช่ความพอดี 

การดูแลร่างกายให้แข็งแรงสดชื่นอยู่เสมอ จะช่วยให้มีสุขภาพดี ชีวิตทางเพศมีคุณภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ชีวิตที่สมดุล และเป็นสุข 

https://www.whaf.or.th/

วงการกีฬานานาชาติเริ่มตั้งกฎเกณฑ์เกี่ยวกับนักกีฬาข้ามเพศ

 


Ivy League Transgender Athletes Swimming

บรรดาองค์กรกีฬาระหว่างประเทศอยู่ในระหว่างการกำหนดหรือพิจารณากฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการแข่งขันของนักกีฬาข้ามเพศ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ หรือ FINA ได้ประกาศนโยบายที่จะห้ามไม่ให้ผู้หญิงข้ามเพศส่วนมากเข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้กำหนดให้กลุ่มคนข้ามเพศเริ่มเข้ารับการรักษาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพศก่อนอายุ 12 ปี

คนข้ามเพศบางคนใช้ยาเพื่อลดระดับฮอร์โมนเพศชายหรือเพศหญิง ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวนั้นส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาร่างกาย

หลังจากที่ FINA ประกาศการตัดสินใจของตนแล้ว องค์กรอื่น ๆ เช่น องค์กรที่จัดการแข่งขันกีฬาฮอกกี้ รักบี้ ไตรกีฬา และปั่นจักรยาน ก็กำลังตั้งกฎเกณฑ์ใหม่หรือดัดแปลงแก้แก้ไขกฎเดิมด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ FIFA หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติยังกล่าวด้วยว่าทางองค์กรกำลังทบทวนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องเพศใหม่อีกครั้ง

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่ทำการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ และโฆษกของ IOC ยังกล่าวด้วยว่า “ทางองค์กรไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์เดียวกันกับนักกีฬาทุก ๆ คนได้” และว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของแต่ละสหพันธ์และกีฬาแต่ละประเภท

อย่างไรก็ดี นโยบายโอลิมปิกที่ผ่าน ๆ มาอนุญาตให้สตรีข้ามเพศที่ได้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนสามารถลงแข่งขันกับนักกีฬาหญิงได้

ทางด้านผู้จัดการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่และลาน หรือ World Athletics ดำเนินการโดยอดีตนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกเซบาสเตียน โคว (Sebastian Coe) แห่ง Great Britain ซึ่งเขาได้กล่าวว่า World Athletics จะตรวจสอบนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับนักกีฬาข้ามเพศภายในสิ้นปี 2022 นี้

ทั้งนี้ หาก World Athletics ทำตามนโยบายของ FINA ก็อาจทำให้นักวิ่งอย่างแคสเตอร์ ซาเมนยา (Caster Semenya) จากแอฟริกาใต้และ คริสทีน เอ็มโบมา (Christine Mboma) จากนามิเบียไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ โดยทั้งสองเป็นนักวิ่งอันดับต้น ๆ ที่ลงแข่งขันกับผู้หญิง แต่มีความแตกต่างในเรื่องการพัฒนาทางเพศซึ่งส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่

Books Caster Semenya
Books Caster Semenya

รอส ทัคเคอร์ (Ross Tucker) นักวิจัยของ World Rugby กล่าวว่า “ภายในสิ้นปีนี้ World Athletics จะประกาศนโยบายที่คล้ายกับกีฬาว่ายน้ำ และหากมีนักกีฬาคนไหนที่ผ่านเข้าสู่ช่วงที่ฮอร์โมนเพศชายเข้าสู่วัยหนุ่ม แล้ว และถ้ามีข้อได้เปรียบที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน พวกเขาจะไม่สามารถลงแข่งขันในกีฬาสตรีได้”

ทัคเคอร์ยังตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า มีแนวโน้มว่าองค์กรการกีฬาทั้งหมดจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางด้านกฎหมายในเรื่องนโยบายใหม่ของพวกเขา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเป็นคดีความนั้นอาจทำให้องค์กรกีฬาที่มีขนาดเล็ก ๆ ไม่สามารถกำหนดนโยบายใหม่ตาม FINA ได้

เซบาสเตียน โคว กล่าวว่า FINA เสียค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการสร้างนโยบายใหม่ไปแล้วเป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์ และว่า World Athletics ยังพอมีงบประมาณที่จะรับมือกับการเป็นคดีความในศาล แต่องค์กรกีฬาขนาดเล็ก ๆ อาจไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

ทางด้านผู้นำกีฬาโอลิมปิกได้เข้าร่วมประชุมที่โคโลราโดเมื่อเดือนที่แล้วในวันครบรอบ 50 ปีของกฎหมาย Title IX ของสหรัฐฯ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวห้ามการเลือกปฏิบัติทางเพศในโครงการการศึกษาหรือกิจกรรมใด ๆ ที่ได้รับเงินของรัฐบาลกลาง

ซูซาน ลายออนส์ (Susan Lyons) หัวหน้าคณะกรรมการโอลิมปิกและพาราลิมปิกของสหรัฐฯ หรือUSOPC กล่าวว่า การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับคนข้ามเพศนั้นไม่ใช่หน้าที่ขององค์กร แต่ควรมีการนำเสนอ "มุมมอง" ที่ชัดเจน

และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง จะมีองค์กรกีฬาระดับนานาชาติมากกว่า 40 องค์กรที่จำเป็นจะต้องตั้งกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่นานนี้ ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เสนอนโยบายใหม่ที่จะปกป้องนักเรียนเลสเบี้ยน เกย์ คนข้ามเพศ และเพศทางเลือกจากการถูกเลือกปฏิบัติภายใต้กฎหมาย Title IX โดยมิเกล คาร์โดนา (Miguel Cardona) รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ กล่าวว่า "การยืนหยัดเพื่อความเท่าเทียมและการไม่แบ่งแยกนั้นยังเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอยู่เสมอ"

  • ที่มา: เอพี, รอยเตอร์